วันศุกร์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ วันพระ​ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๒ 🦉🦉🦉 พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ ๑๘๖ #รู้จำ…

วันศุกร์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
วันพระ​ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๒
🦉🦉🦉
พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ ๑๘๖

#รู้จำ #รู้จัก #รู้จริง #รู้แจ้ง

“รู้จำ” คือเรียนรู้ภาคทฤษฎี
“รู้จัก” ก็คือเอาภาคทฤษฎีที่เรียนมา เอามาปฏิบัติ

เห็นกายว่าเป็นกาย นี่คือรู้จัก
แต่ถ้าส่องหน้าที่กระจก แล้วคิดว่า
‘วันนี้ฉันสวยจัง’
อย่างนี้เรียกว่า..ยังไม่รู้จัก!

รู้จัก คือเห็นกายที่กายนี้
จะเห็นส่วนใดส่วนหนึ่งก็เรียกว่ากาย
เห็นผมก็เป็นส่วนหนึ่งของกาย
เห็นตา เห็นจมูก เห็นปาก.. เห็นกาย
ภาษาในพระสูตรจะใช้คำว่า “กายในกาย”

เห็น​”กายในกาย” คือเห็นตรงไหนก็เป็นกาย
เห็นกายส่วนย่อยๆ ในกายส่วนใหญ่ๆ
เห็นผมก็คือเป็นกาย ดูลมหายใจก็ยังเป็นกาย
เห็นกายในกายอย่างนี้​ เรียกว่า..รู้จักกายแล้ว
เริ่ม”รู้จัก”แล้ว

คนจะรู้จักกาย แล้วพัฒนาไปถึงขึ้นเจริญปัญญาจนรู้จริง รู้แจ้งได้
จะต้องเป็นคนที่สมาธิดีหน่อย
เคยได้ยินใช่ไหมว่า..
แบ่งคนเป็นสองประเภทที่จะมาเจริญ(วิปัสสนา)​กรรมฐาน
คนประเภทแรก ทำสมาธิง่าย ทำสมถะง่าย
เรียกว่า.. สมถยานิก

สมถยานิก​ คือ คนที่ทำสมาธิง่าย
เอาจิตไปอยู่อารมณ์​ใดอารมณ์หนึ่ง
แล้วก็ไม่ค่อยหนีไปไหน
จิตอยู่นิ่งๆ กับอารมณ์นั้น
คนอย่างนี้จะมาดูกายแล้วรู้จักกาย
แล้วก็รู้ความจริงของกายว่า
ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนััตตา

“รู้จริง” คือ​ เห็นไตรล้กษณ์สามอย่างนี้
(ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา) อย่างใดอย่างหนึ่ง

ตอน​”รู้แจ้ง” คือรู้ว่าไม่ใช่เรา ทั้งกายและใจ
ต้องทั้งกายทั้งใจนะ!

ธรรมบรรยายโดย
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
🦉🦉🦉

เรียบเรียงจากธรรมบรรยายจากคอร์ส กลต.
รู้จำ รู้จัก รู้จริง รู้แจ้ง – 611022
ลิงค์ไฟล์เสียง https://bit.ly/2zm5v4q
(นาทีที่ 3.41-6.05)


อ่านบน Facebook