วันอังคารที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ วันพระ แรม ๑๕ ค่ำ เดือนหก(๖) ??? #พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #หาที่อยู่ให้จิต หาที่อยู่ไว้อย่างหนึ่ง แล้วเห็นจิตที่มันผิดไปจากนี้ เห็นแล้วกลับมาที่อยู่ เพื่อเรียนรู้จิตอีก ไม่ใช่เห็นทีเดียว แล้ววันนี้พอแล้ว ไม่ใช่อย่างนี้นะ! เห็นแล้วกลับมา เห็นแล้วกลับมาบ่อย ๆ ถ้าใช้ชีวิตประจำวัน มันไม่ได้อยู่นิ่ง ๆ ก็เอาที่อยู่ที่มันเป็นกายกำลังเคลื่อนไหวก็ได้ หรือหางานอะไรทำสักอย่าง กวาดบ้านก็ได้ ที่มันไม่ใช่งานที่ต้องใช้ความคิด งานที่ไม่ต้องคิดมากนะ เอามาทำกรรมฐานได้หมดเลย กวาดบ้าน ล้างหน้า อาบน้ำ ซักผ้า รดน้ำต้นไม้ ตัดหญ้า แต่งกิ่งไม้ ฯลฯ ทำงานไป กายเคลื่อนไหวให้งานนั้นเป็นที่อยู่ของจิต ภาษาครูบาอาจารย์ท่านบอกว่า “ทำกรรมฐานอะไรแล้ว สังเกตจิตที่มันผิดจากกรรมฐานนั้น” ถ้าอยู่นิ่ง ๆ ก็ใช้ลมหายใจ ที่จมูกก็ได้ ที่ท้องก็ได้ ตอนที่ว่า “สังเกตจิตที่มันผิดจากกรรมฐานนั้น” ก็คือ เห็นสิ่งที่ผิดนั่นแหละ ถ้าเห็นที่ผิดธรรมดา คือเห็นเผลอ ก็ได้สติ ถ้าเห็นที่ผิดในลักษณะที่ว่ามันเคลื่อนออกไป ก็ได้สติและสมาธิ แค่นี้เอง.. แล้วจากนั้นจิตมันจะทำงาน จิตมันพร้อมพอที่จะเดินปัญญาเองแล้ว ถ้าไม่เดินปัญญาสักที ก็นำร่องบ้าง คือถ้าเห็นว่าจิตมีกิเลสบ้าง เห็นจิตเคลื่อนบ้าง แล้วมันยังไม่เดินปัญญานะ คือไม่มองไตรลักษณ์สักทีนะ ก็นำร่องให้จิต คือคิดนำสักนิดหนึ่ง เช่น คิดว่า “เนี่ย เมื่อกี้โกรธ ตอนนี้ไม่โกรธ โกรธก็เกิดดับ” เป็นต้น แต่อย่าคิดทุกครั้งนะ คิดเป็นบางครั้งบางคราว เพราะการคิดเอา..ไม่ใช่การเจริญวิปัสสนา งานจริง ๆ มีแค่นี้ นึกออกไหม ? …. วิธีการปฏิบัติแบบเดียวกัน คือ หาที่อยู่ให้จิต แล้วสังเกตจิตมันทำงาน ไอ้ตรงจิตทำงานนี่แหละ มันจะทำงานแตกต่างกันไป แต่แล้วมันจะได้ ข้อสรุปแบบเดียวกัน คือ “มันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล บรรยายธรรม “เหยื่อล่อจิต”ณ บ้านจิตสบาย วันอาทิตย์ที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

อ่านต่อ