Category Archives: วรรคทอง วรรคธรรม

ให้แบบไม่เสียตังค์

ให้แบบไม่เสียตังค์

วรรคทอง วรรคธรรม#๑๓๑

ให้แบบไม่เสียตังค์

ในสถานการณ์ ๓ สถานการณ์

? ถ้าอยู่ปกติ ก็ “พูดดี ..พูดปิยวาจา”

? ในสถานการณ์​ที่เขาตกต่่ำ เดือดร้อน หรือกำลังท้อแท้ หมดกำลังใจ
“พูดปลุกปลอบ” ให้เขามีกำลังใจมากขึ้น

? ในสถานการณ์ที่เขาประสบความสำเร็จ ไป ​”พูดแสดงความยินดี” กับเขา

น้ำใจ ..แสดงออกได้ด้วย​ทั้ง​ทางวาจา และการให้สิ่งของ…
(ที่​น่า​สังเกต​คือ)​
การให้ “คำพูด” เนี่ยไม่ต้องจ่ายตังค์เลย !

ธรรมบรรยายโดย…
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

เรียบเรียงจากแผ่นซีดีเหนือบุญ 5
?04.ใครได้บุญมาก (570218)
คลิกลิงก์ http://bit.ly/2vO2u9B
นาทีที่ 11.15 – 12.29

ออกทุกงวด

ออกทุกงวด

วรรคทอง วรรคธรรม#๑๓๐

ออกทุกงวด

ถ้ามีการรักษาทิฐิเมื่อไหร่ ..เนิ่นช้า !
มีตัณหาไม่รู้ว่ามีตัณหา ..เนิ่นช้า !

มีมานะไม่รู้ว่ามีมานะ ..เนิ่นช้า !
ธรรมที่เนิ่นช้า ๓ ตัว.. ออกทุกงวด

“ตัณหา มานะ ทิฐิ”
ดูให้ดี ๆ .. มีอยู่ทุกงวด !

ตอนที่อยากจะถูกหวยนั่นแหละ ..มีอะไร ?
..มีตัณหา

มีคนเตือน พระเตือน “อย่าเล่นเลยอบายมุข”
“เขาเล่นกันทั้งประเทศล่ะค่า .. ”

เนี่ยอะไร ?
..ทิฐิ ถือความเห็นว่าอย่างนี้ถูกต้อง

ความเห็นอย่างนี้ ..ใครมากระทบ (ก็จะเถียง)
“ไม่ใช่ ! ถูกต้องนะ !

เขาเล่นกันทั้งเมืองแหละ ไม่ผิดกฎหมายด้วย” …
มันหาเหตุผลเพื่อรักษาความคิดเห็นของตัวเอง

อย่าไปใส่ใจในธรรมที่เนิ่นช้า
ใส่ใจในธรรมที่ไม่เนิ่นช้า

รู้ใช่ไหม ! ก็คือ ..ตรงข้ามกัน
เกิดมานะ ..รู้ทัน
เกิดตัณหา ..รู้ทัน

เกิดทิฐิขึ้นมา ..รู้ทัน
ไม่ใช่ไปไล่ดับนะ ..ให้รู้ทัน

ธรรมบรรยายโดย..
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

เรียบเรียงจากซีดี ขยายผล ๓
Track ธรรมที่ไม่เนิ่นช้า นาทีที่ 11.18 – 13.12
กดตามลิงก์นี้ได้เลยค่ะ http://bit.ly/2wSLMtF

ยอมกับกิเลส

ยอมกับกิเลส

วรรคทอง วรรคธรรม#๑๒๙

“ยอมกับกิเลส”

ถ้าแพ้กิเลส แล้วไม่ไปเบียดเบียนใคร
นึกฟุ้งซ่านอยู่คนเดียว ตัวเองก็เดือดร้อนใจนะ !
แต่ว่าเดือดร้อนอยู่คนเดียว

แต่ถ้ากิเลสครอบงำ แล้วเราไปเบียดเบียนคนอื่น
มันมีการสร้างกรรมกับคนอื่นด้วย

ก็กลายเป็นว่า.. ยอมกับกิเลส
ยอมอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ !

ธรรมบรรยายโดย..
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

เรียบเรียงจากการแสดงธรรมรายการธรรมปทีป วัดยานนาวา
วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๐

ดาวน์โหลดและรับฟังเสียงธรรมที่
ไฟล์ 600805 ยอม ธรรมปทีป วัดยานนาวา http://bit.ly/2vatIYm
ระหว่างเวลา ๒๑. ๔๖ – ๒๓.๐๓

เก็บข้อมูล

เก็บข้อมูล

วรรคทอง วรรคธรรม#๑๒๘

เก็บข้อมูล

สิ่งที่เราต้องการเห็นความไม่เที่ยง คือ “ความเป็นเรา”
“ความเป็นเรา” นั้น ..มันอยู่ที่ไหน ?
มันอยู่ที่กาย – ที่ใจนี้ ที่เราเข้าใจผิดว่า “เป็นเรา”

พูดภาษาชาวบ้านก็คือ มาดู “เรา”
มา “ดูกาย – ดูใจ” ดูความเป็นเรา
ดูแล้วมันไม่เห็น “เรา” !

มาดูกาย ..ก็เห็นแต่กาย
มาดูใจ ..ก็เห็นแต่ใจ
ไม่มีเราในกาย ในใจ

ไม่ใช่ว่าไปดูอย่างอื่น (ที่ไม่ใช่กายใจ) ว่าไม่เที่ยง
เห็นคนอื่น เห็นสิ่งอื่น นอกจากความเป็นเรา

ว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
อย่างนั้นยังใช้ไม่ได้ !

เพราะว่ามันไม่ส่งผลถึงความเข้าใจในแง่ที่ว่า ..ไม่มีเรา

ต้องเห็นความไม่เที่ยง คือเห็นกิเลส
แล้วกิเลสแสดงตัวว่า ..มันไม่เที่ยง มันดับไป

เพราะทันทีที่เห็นเนี่ย ! มันเป็นกุศล
กุศลเกิดขึ้น เห็นอกุศลเมื่อกี้ดับไป !

อย่างนี้จึงจะเกิดเป็นข้อมูล
ให้มิจฉาทิฐิค่อย ๆ หายไป

ธรรมบรรยายโดย
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

เรียบเรียงจากการธรรมบรรยาย กลุ่มบ้านอริยะ ๗ ณ บ้านธาริณี
อาทิตย์ที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๐

ดาวน์โหลดและรับฟังเสียงธรรมได้ที่ ไฟล์ 600814 แค่เก็บข้อมูล
https://youtu.be/M4ojp1QwxEc
นาทีที่ 11.40 – 13.17

ยอมรับความผิดตน

ยอมรับความผิดตน

วรรคทอง วรรคธรรม #๑๒๗

ยอมรับความผิดตน

เรามักจะมีความรู้สึกว่า..
“ฉันเป็นศูนย์กลางของจักรวาล”

แล้วก็มีสิทธิ์ที่จะไปตักเตือนคนอื่น
แล้วก็ไปตัดสินคนอื่น

เราพร้อมที่จะไปตัดสิน แล้วตักเตือนคนอื่น
แต่ไม่ค่อยพร้อมที่จะให้คนอื่นมาตักเตือนตัวเอง

ฉะนั้น ในทางพุทธศาสนา..
พระพุทธเจ้าจะให้ธรรมเนียมสำหรับพระภิกษุ

เพื่อที่จะ ลด ละ กิเลสของแต่ละท่าน
ด้วยการปวารณา – ให้โอกาส

“ให้โอกาสกับคนอื่นมาตักเตือนเรา”

ความผิดนั้นเราอาจจะยังไม่เห็น
แต่พอคนเขาตักเตือนมา อ้าว ! เอ่อ ! ใช่ผิด !!!
อย่างนี้ยอมรับความผิดที่ตัวเองเป็นอยู่

พอเห็นว่าตัวเองผิด
ถ้าผิดในเรื่องของศีล ให้ไปปลงอาบัติ หรือไปแก้ไขตามลักษณะอาบัตินั้น ๆ

ถ้าผิดในเรื่องของธรรม ก็แก้ไขใหม่ คือทำให้มันถูกซะ !
ถ้าผิดต่อคน​ เช่นล่วงเกินกันด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจอย่างไร ..ก็ไปขอขมากัน

ธรรมบรรยายโดย
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

เรียบเรียงจากการแสดงธรรม
ในรายการ ธรรมปทีป วัดยานนาวา
วัน​เสาร์ที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๐

ดาวน์โหลดและรับฟังเสียงธรรมได้ที่ลิงก์
ไฟล์ 600805 ยอม ธรรมปทีป วัดยานนาวา
http://bit.ly/2vatIYm
ระหว่างเวลา ๐๕.๕๗- ๐๗.๓๒

ไปคนเดียว เหมือนนอแรด

ไปคนเดียว เหมือนนอแรด

วรรคทอง วรรคธรรม#๑๒๖

ไปคนเดียว เหมือนนอแรด

เสน่หาเกิดขึ้น
เพียงแค่เกี่ยวข้องกันนิดเดียว
แล้วทุกข์ก็ตามมา เพราะมีเสน่หา

ถ้าเห็นโทษเห็นทุกข์ของเสน่หาได้แล้ว
ก็ควรจะไปคนเดียว เหมือนนอแรด

…..

ไปคนเดียว เหมือนนอแรด หมายความว่า..
ไป.. โดยไม่เอาตัณหาไปด้วย

ไปผู้เดียว เอาใจไป แต่ไม่เอาตัณหาไป
เพราะตัณหาเป็นเหตุแห่งทุกข์ !

ธรรมบรรยายโดย
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

เรียบเรียงจากการแสดงธรรมเรื่อง “สาราณียธรรม ๖”
ณ บ้านจิตสบาย ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๐
นาทีที่ 22.35-23.59 คลิกลิงก์ https://youtu.be/K1OsvXx1JtA

เก็บภาพประทับใจ

เก็บภาพประทับใจ

วรรคทอง วรรคธรรม#๑๒๕

เก็บภาพประทับใจ

ทุกครั้งที่เราเสพโลกแล้วประทับใจ
ก็เก็บภาพประทับใจนั้นไว้

พอนึกถึงใหม่ ภาพนั้นเป็นอดีตแล้ว
ไอ้ปัจจุบันที่มีอยู่ขณะเดียวเนี่ย ! ไม่เคยไปรู้มันเลย

ไอ้ความชอบใจ.. ไม่ชอบใจ..
ที่เป็นปัจจุบันนิดหนึ่งตรงนั้นเนี่ย ! ไม่เคยรู้มันเลย
เราก็เลยหลงอยู่กับโลกนี้ ไม่เห็นของจริงสักที !

ธรรมบรรยายโดย
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

เรียบเรียงจากการแสดงธรรม ณ คอร์สอริยะ ๗
วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๖

ดาวน์โหลดและรับฟังได้ที่แผ่น CD อริยะ7
Track 15.แค่รู้ ระหว่างเวลา๐๖.๓๐-๐๘.๒๓
http://bit.ly/1QjukRb

ลิงก์เต็มแผ่น CD อริยะ๗ http://wp.me/p5bBOI-sU

ตัณหาเป็นต้นตอของการเพ่ง

ตัณหาเป็นต้นตอของการเพ่ง

วรรคทอง วรรคธรรม#๑๒๔

ตัณหาเป็นต้นตอของการเพ่ง

การรวบ การเพ่ง (อารมณ์) มันไม่หาย ..เพราะอะไร ?
เพราะการรวบ การเพ่ง เป็นการทำสมาธิแบบหนึ่ง ..จึงเป็นกุศล

มีสติเห็นกุศล กุศลไม่ดับ
มีสติเห็นโทสะ.. โทสะเป็นอกุศล โทสะดับ

มีสติเห็นราคะ.. ราคะเป็นอกุศล ราคะดับ
มีสติไปเห็นสมาธิ ที่เป็นการเพ่ง การเพ่งไม่ดับ
มันจะดับต่อเมื่อมันเป็น ..อกุศล

…..

ติดเพ่งแล้วไม่หาย ทำยังไง ?
เพราะการเพ่งเป็นผล (เป็นวิบาก)
เราต้องดูถึงตัวต้นตอของการเพ่ง

ตัวต้นตอของการเพ่งคือ ความอยากดี
อยากเป็นนักปฏิบัติที่ดี จริง ๆ แล้วคือ มีตัณหา

ถ้าเราไปดูตัวตัณหาว่าอยากดี การเพ่งก็จะไม่มีปัญหา !
ถ้ารู้ทันเพียงว่า .. ‘เราเพ่งอยู่’
(การเพ่ง) มันเป็นผลจากตัณหาเมื่อกี้นี้

‘ผล’ ศัพท์เทคนิคเขาเรียกว่าเป็น ‘วิบาก’
ไปดูวิบาก.. วิบากไม่ดับ
ต้องไปดูตัวตั้งต้นต้นเหตุเลยคือ “ตัณหา”

ธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

เรียบเรียงจากการแสดงธรรม ณ ฐณิชาฌ์รีสอร์ท อัมพวา
วันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๘

รับฟังเสียงธรรมที่ CD วิถีธรรม๒
580419_พลิกอกุศลเป็นกุศล
แทรก 04. นั่งสบายกายตรง เวลา ๑๒.๐๙-๑๓.๒๓

ดาวน์โหลดเสียงธรรมได้ที่ http://bit.ly/2ubGkho
Link แผ่นCD วิถีธรรม๒ http://wp.me/p5bBOI-1jO

ย้ำรอยธรรม

ย้ำรอยธรรม

วรรคทอง วรรคธรรม#๑๒๓

ย้ำรอยธรรม

เวลาเรามีกิเลส แล้วละออกไปได้เนี่ยนะ !
เรารักษา ‘ร่องรอย’ ของผู้เดินทางไปสู่ ‘ทางพ้นทุกข์’

ให้ลูกหลาน ให้คนได้ตามรอยง่ายขึ้น
ว่ายังมีผู้ปฏิบัติอยู่ ยังมีผู้ทำอยู่
ทางเหล่านี้ไม่ได้ตกค้างอยู่เพียงในคัมภีร์ แล้วไม่มีผู้ทำตาม

ทั้งพระ ทั้งโยม ที่ปฏิบัติอยู่เนี่ย !
ไม่ได้ทำเพื่อพระ ไม่ได้ทำเพื่อโยม

แต่ทำเพื่อ ..คนรุ่นต่อ ๆ ไปได้มีเส้นทาง
มี ‘ร่องรอย’ ที่จะไปสู่ทางพ้นทุกข์ได้ง่ายขึ้น
เพราะสิ่งที่ในคัมภีร์เขียนบันทึกเอาไว้ ..มีคนทำได้จริง !

ธรรมบรรยายโดย
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

เรียบเรียงจากการแสดงธรรม ณ คอร์สปฏิบัติธรรม “รู้ธรรม”
วันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๗

แผ่นซีดี รู้ธรรม ๒,๓,๔ Track 570411_เปิดฉากออกศึก
ระหว่างเวลา ๔๐.๓๖-๔๑.๓๐

สามารถดาวน์โหลดเสียงธรรมได้ที่
http://bit.ly/29jB2t3

อามิสบูชาไม่เท่ากับการปฏิบัติบูชา

อามิสบูชาไม่เท่ากับการปฏิบัติบูชา

วรรคทอง..วรรคธรรม#๑๒๒

อามิสบูชาไม่เท่ากับการปฏิบัติบูชา

แม้เราบูชาพระพุทธองค์ด้วยดอกไม้ธูปเทียน
ที่เป็นอามิสบูชากองท่วมเท่าภูเขา

ก็ยังไม่เท่ากับการปฏิบัติบูชา
ฉะนั้น ถ้าเราไม่มีอามิสบูชามากมาย

พระองค์ก็ไม่ว่าอะไร
ขอเพียงให้มีสติรู้กาย – รู้ใจ

รู้กาย รู้เวทนา รู้จิต รู้ธรรม มีสติรู้ตัว ไม่เผลอ
นี่เท่ากับเป็นการปฏิบัติบูชาแล้ว

มีความรู้ตัวจริง ๆ แม้เพียงครู่เดียว
มีสติพร้อมสมบูรณ์ในหนึ่งขณะ

กิเลสทั้งหลายดับไปเห็น ๆ
อย่างนี้ก็เท่ากับว่าเราได้ปฏิบัติบูชา

จิตเกิดปัญญา เห็นความเกิด – ดับ ของสิ่งทั้งหลาย
กิเลสเกิดมาแล้วก็ดับไป

ความรู้ตัวนั้นเองก็ดับด้วย
เกิดเห็นความเกิด – ดับ ของสิ่งทั้งหลาย

ก็เท่ากับเราได้ปฏิบัติบูชา
(บูชาด้วยสิ่งที่มีค่ายิ่งขึ้น)

ด้วยการนำคำสอนของพระองค์ มาปฏิบัติตามให้เห็นจริง
ให้เห็นกับจิต ไม่ใช่ท่องจำ

ธรรมบรรยายโดย
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

เรียบเรียงจากการแสดงธรรม วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๘

ดาวน์โหลดและรับฟังได้ที่แผ่นCD เหนือบุญ๔ Track 12.วันวิสาขบูชาโลก ระหว่างเวลา ๐๙.๓๓ – ๑๐.๓๒ http://bit.ly/2p9DiuZ

ลิงก์เต็มแผ่นCD เหนือบุญ ๔ http://wp.me/s5bBOI-nueboon4

ตัดตอนความหลง

ตัดตอนความหลง

วรรคทอง วรรคธรรม#๑๒๑

ตัดตอนความหลง

เตือนตัวเองอยู่เสมอว่า “เราจะต้องรู้สภาวะบ่อย ๆ ”
กว่าจะรู้สภาวะได้ ต้องมีที่อยู่ก่อน

ถ้าใจยังล่องลอยอยู่ แล้วจะให้รู้ตัวขึ้นมา ก็จะรู้ยาก เพราะว่าไม่มีอะไรเปรียบเทียบ
การมี “ที่อยู่” ขึ้นมาก็เพื่อจะเปรียบเทียบได้ว่า “เผลอ” เป็นอย่างไร

เพราะมีที่อยู่ … พอจิตลืมที่อยู่ ก็คือ เผลอ

พอเผลอจากที่อยู่ตรงนั้น
ผิดจากที่อยู่เมื่อไหร่ ก็คือเผลอทั้งหมดเลย

ดูอะไรไม่เป็น ก็ดูแค่ “รู้” กับ “เผลอ” นี่.. ใช้ได้เลย

“รู้” กับ “เผลอ” เนี่ย มีผลทำให้ เมื่อก่อนนี้ที่เคยเผลอยาว พอมี “รู้” มาคั่น.. ไอ้ความที่มี “รู้” มาคั่นเนี่ยนะ “สติ” ที่มาคั่นเนี่ย ทำให้ความเผลอทั้งหมดที่เป็นโมหะยาว ๆ หรือว่าความฟุ้งซ่านยาว ๆ หรือว่ารวมแล้วทั้งหมดเป็นความเผลอยาว ๆ เนี่ยนะ มัน “ถูกตัดตอน”

ธรรมบรรยายโดย
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

เรียบเรียงจากการแสดงธรรม ณ คอร์สเนยยะ
วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๙

แผ่น Cd ขยายผล ๓ ไฟล์ 590402_ตัดตอนความหลง ระหว่างเวลา ๕๕.๕๙ – ๕๗.๑๖
สามารถดาวน์โหลดเพื่อรับฟังได้ที่ http://bit.ly/1TTknfp
Link แผ่น CD ขยายผล ๓ http://wp.me/s5bBOI-expand3

เอาทุกข์มาทับถมตัวเอง

เอาทุกข์มาทับถมตัวเอง

วรรคทอง วรรคธรรม#๑๒๐

เอาทุกข์มาทับถมตัวเอง

เป็นมนุษย์เนี่ยดีที่สุดแล้ว
จงเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์นะ !

จงรักษาชีวิตเอาไว้นะ !
เดิน ๆ อยู่มอง ๆ ด้วยนะ !

ว่าจะตกหลุมหรือเปล่า
อย่าเดินจนเพลินเกินไป

อย่าทำร้ายตัวเอง
อย่าเอาทุกข์มาทับถมตนเองโดยที่ไม่จำเป็น

คนเราจะเอาทุกข์ทับถมตนเองแบบไม่น่าทำ
คือคิดซ้ำซาก ทุกข์เพราะคิด

“ทุกข์เพราะคิดเอง เอาทุกข์มาทับถมตนเอง”

ธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

เรียบเรียงจากการแสดงธรรม
ณ คอร์สเสียดายตายไปไม่รู้ธรรม
วันที่ ๖-๘ เมษายน ๒๕๕๙

แผ่นซีดี เสียดายฯ๑ แทรก ๐๗.นาทีทอง ระหว่างเวลา ๔๖.๒๓ – ๔๖.๕๗
สามารถดาวน์โหลดรับฟังได้ที่ http://bit.ly/1nrd9BN

ตกเป็นทาส

ตกเป็นทาส

วรรคทอง วรรคธรรม#๑๑๙

ตกเป็นทาส

ถ้าความสุขยังขึ้นอยู่กับคนอื่น ขึ้นกับสิ่งอื่น
ยังขาดอิสระ พูดง่าย ๆ คือ ‘ยังตกเป็นทาส’

ความสุขที่จะเกิดขึ้นเอง
คือทำสมาธิให้เกิดขึ้น ทำสติให้เกิดขึ้น
อันนี้ เป็นสมาธิ เป็นสติ ทำให้เกิดความสุขขึ้นมา

ความสุขจากการตัดความทุกข์ชั่วคราว
ความสุขจากการรู้ทันกิเลสชั่วคราว

ก็ยังเป็นความสุขอยู่
พัฒนาขึ้นมาครั้งหนึ่ง ก็เป็นความสุขครั้งหนึ่ง

ถ้ามีความฉลาดขึ้นมาด้วย คราวนี้เริ่มเป็นอิสระแท้จริง
‘ฉลาด’ คือ เห็นว่า กายนี้ใจนี้ไม่ใช่เรา

ฉะนั้น เป้าหมายต้องไปให้ถึง ที่ว่า “พ้นทุกข์ให้ได้”
อย่าเพียงพอใจแค่ว่า ..

จะทำความสงบแล้วพอใจ สงบแล้วก็เสื่อมได้

สงบแล้วก็ฟุ้งซ่านได้ แล้วก็ “ถูกทิ้งไว้กลางทาง”

แล้วยังคงวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏ ไม่มีวันจบ

ธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

แสดงธรรม ณ คอร์สกลุ่มธรรมทาน วันที่๘ มีนาคม ๒๕๖๐

รับฟังเสียงธรรมได้ที่ลิงก์ 600308_รู้จุดหมาย แล้วไปให้ถึง ระหว่างเวลา ๐๑.๐๕.๓๘ – ๐๑.๐๖.๒๔
http://bit.ly/2swxUCO

สุขเราแต่ทุกข์เขา

สุขเราแต่ทุกข์เขา

วรรคทอง วรรคธรรม#๑๑๘

สุขเราแต่ทุกข์เขา

การกระทำของเราจะคำนึงถึงสุขส่วนตัว
อยากให้ตัวเองมีสุขอยู่เสมอ

แต่การกระทำของเรา เมื่อเรามีสุขแล้ว
สุขนั้นไม่ควรกระทบไปเกิดความทุกข์ให้กับผู้อื่น

เราอยากได้สุขควรเป็นสุขในทางที่ดีที่ชอบด้วย
คือเป็นสุขที่ไม่ผิดศีล

ศีล ๕ ข้อ โดยรวมแล้ว ก็คือ
ไม่แสดงออกทางกาย วาจา ไปกระทบ

หรือไปทำให้ผู้อื่นเขาเดือดร้อน
ไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่นนั่นเอง

ข้อคิดจากละครธรรมนำชีวิต โดย
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

เรียบเรียงจากละครธรรมนำชีวิต ตอน สุขเราแต่ทุกข์เขา
ไฟล์วีดีโอจาก www.nimmalo.com

สามารถดาวน์โหลดรับฟังได้ที่ bit.ly/1V6Zaja นาทีที่ 2.50 – 3.20