All posts by admin
10 คำถาม เคยมีสติอัตโนมัติแล้ว จะอัตโนมัติไปตลอดไหม
10 ชีวิตนี้ไม่ใช่เล่นๆ 02 ชีวิตนี้ไม่ใช่เล่นๆ 570202
09 คำถาม สติที่เกิดจากความตั้งใจ ผิดไหม
10 ชีวิตนี้ไม่ใช่เล่นๆ 01 ชาติที่พิเศษ 570202
08 คำถาม เรื่องของวิญญาณ
09 เป็นสับปะรด 02 กงล้อแห่งความเจริญ 570111
07 คำถาม เมื่อได้ยิน จิตไหลหรือยัง
#คลิปแสดงธรรม ๕ ธันวาคม ยังคงเป็นวันระลึกถึง “พ่อ” อีกวัน จึงขอนำคลิปแสดงธรรมเรื่อง “#ถิ่นของพ่อ”…
#คลิปแสดงธรรม
๕ ธันวาคม ยังคงเป็นวันระลึกถึง “พ่อ” อีกวัน
จึงขอนำคลิปแสดงธรรมเรื่อง
“#ถิ่นของพ่อ” ณ วัดยานนาวา
มาให้ฟังกันค่ะ
?????????
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล ได้กล่าวนำ
การบรรยายธรรมด้วยการถามว่า…
ได้ยินคำว่า “ถิ่นของพ่อ”
แล้วนึกถึงอะไร?
….จริงๆเมืองไทยมีกษัตริย์ที่ดีต่อเนื่องกันมายาวนาน โดยเฉพาะราชวงศ์จักรี
ถิ่นที่เราอยู่ทุกวันนี้นับว่าเป็น “ถิ่นของพ่อ”
พระราชาในประเทศไทยไม่เหมือนที่อื่น
ทรงปกครองประเทศแบบ “พ่อปกครองลูก”
มาเด่นชัดมากขึ้นที่ช่วงชีวิตของเราได้มาอยู่
ในยุคของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนี้….
ส่วนวัดยานนาวานี้ก็เป็นวัดที่ในหลวงรัชกาลที่ ๓ สร้างมา….
ซึ่งพระอาจารย์ได้เล่าเรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ ๓ และ ๔
ในมุมของความเป็นบุญของคนไทยในหัวข้อบรรยายนี้
แล้ว “ถิ่นของพ่อ” มาเกี่ยวอะไรกับการปฏิบัติธรรม?
?รับฟังธรรมบรรยายเรื่อง “ถิ่นของพ่อ”
ณ วัดยานนาวา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๐
ได้ที่ลิงค์คลิปวีดีโอ
https://youtu.be/16BXfth3Mqw
#คลิปแสดงธรรม ธรรมบรรยายเรื่อง “#จิตสิกขา ” โดย..พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล ณ #บ้านจิตสบาย ๒๖ พฤศจิกายน…
#คลิปแสดงธรรม
ธรรมบรรยายเรื่อง “#จิตสิกขา “
โดย..พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
ณ #บ้านจิตสบาย
๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐
คลิปลิงค์จิตสบายนี้ https://youtu.be/r_5IVsdLLhk
มี “#วิสัชชนา” ที่น่าสนใจมาฝากค่ะ
?การเรียนอภิธรรม เอื้อหรือขวางการภาวนาให้เสียเวลา
?เห็นอาการแค่แป้บเดียว แล้วเห็นใหม่
?แม้รู้แล้ว แต่ทำไมโทสะไม่หายไป
?มีเรื่องเข้ามากระทบให้โกรธแล้วจิตบอกไม่ให้โกรธ
?เห็นพระพุทธรูปทรงแปลกๆ แล้วเกิดอกุศล
?ขณะฟังธรรม รู้สึกตัว แต่ง่วง
#เชิญฟังธรรม ?วันจันทร์ที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๐? ขอเรียนเชิญร่วมฟังพระธรรมเทศนาโดย.. พระอาจารย์ไพศาล…
#เชิญฟังธรรม
?วันจันทร์ที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๐?
ขอเรียนเชิญร่วมฟังพระธรรมเทศนาโดย..
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
และ
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
แสดงธรรมในหัวข้อเรื่อง
“อยู่กับโลก..อยู่กับธรรม”
เวลา ๐๗.๓๐-๑๑.๐๐ น.
ณ #ที่พักภาวนาบ้านเนินแสนสุข
หนองค้อ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ติดต่อสอบถาม คุณแม่ชีน้อง 062 191 9894
แผนที่ https://goo.gl/maps/8J6BM6Kde2D2
#นิมฺมโลตอบโจทย์ ๑๐๔ ??? #ถาม : มาฟังธรรม แล้วแอบมีกิเลสในใจเกิดขึ้น และไม่ศรัทธา…
#นิมฺมโลตอบโจทย์ ๑๐๔
???
#ถาม : มาฟังธรรม แล้วแอบมีกิเลสในใจเกิดขึ้น
และไม่ศรัทธา เมื่อเห็นคนที่ปฏิบัติ แล้วยังทำไม่ดี พูดไม่ดี ควรทำไงดี?
#ตอบ : ดีมากที่เห็นกิเลสตัวนี้ ไม่ได้เห็นกันง่ายๆนะ
แต่เห็นแล้วก็ต้องสอนใจตัวเองไปว่า
แต่ละคนก็ยังไม่ใช่มนุษย์ที่ดีเลิศไร้ตำหนิ
คนอื่นมีกิเลสก็เรื่องของเขา
ส่วนเราฟังธรรมก็เพื่อให้รู้หลักการปฏิบัติ
แต่ละคนจะไปดีไปร้าย จะตกนรกจะขึ้นสวรรค์
หรือจะไปนิพพาน ก็อยู่ที่กรรมของแต่ละคน
เขาทำไม่ดี เขาพูดไม่ดี ก็เป็นกรรมไม่ดีของเขา
เราเห็นแล้วไม่ชอบใจ ก็เป็นโทสะของเรา ก็ดูโทสะไป
บางทีอาจจะมีความถือตัวด้วย ก็ดูไป
เคยเห็นบทกลอนของท่านพุทธทาสไหม?
เป็นข้อเตือนใจได้ดีนะ
ท่านเขียนไว้ว่า
เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา
จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู
ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย
จะหาคน มีดี โดยส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเลย
ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริงฯ
ใครจะดีจะเลวยังไงก็ไม่สำคัญเท่า
แต่เราต้องไม่เลว และพัฒนา
นักปฏิบัติส่วนมากก็ยังเป็นเพียงผู้ที่กำลังฝึก
ยังมีสิ่งที่ยังต้องศึกษาและพัฒนาอีกมาก
ยังมีกิเลสและเล่ห์เหลี่ยมในใจอีกเยอะแยะที่ต้องเรียนรู้
และเป็นธรรมดาเหลือเกินที่บางครั้งอาจจะไม่รู้เท่าทันกิเลสของตน
แต่กิเลสของคนอื่นกลับเห็นง่ายกว่า
เมื่อรู้อย่างนี้ก็จะเห็นใจกันและให้อภัยกัน
กิเลสของคนอื่นแม้จะใหญ่โตเท่าภูเขา ก็ไม่ทำให้เราตกนรกได้เลย
แต่กิเลสของเรานี่แหละไม่ต้องมาก มันก็ลากเราตกนรกได้
คนที่กำลังปฏิบัติก็ยกเอาไว้ก่อน ที่น่าดูกว่าคือผู้สอนและคำสอน
ถ้าสอนผิดก็เลิกกัน
ถ้าสอนถูก แต่ผู้สอนไม่น่าศรัทธา ก็เก็บเอามาเฉพาะคำสอน
ถ้าคำสอนก็ถูกตรงดี ผู้สอนก็ปฏิบัติดี น่าศรัทธา
ก็ควรหมั่นไปหา เข้าใกล้ ฟังท่านบ่อยๆ
ฝึกฝนตนตามที่ท่านแนะนำ มีปัญหาก็สอบถามท่าน
อย่าใส่ใจกับลูกศิษย์เพียงบางคนที่ยังไม่ถึงขั้น (ในสายตาเรา)
เพราะเรามุ่งหมายจะเรียนรู้ธรรม
ขออย่าให้ชีวิตนี้พลาดจากธรรมของพระพุทธองค์เลย
๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๐
#นิมฺมโลตอบโจทย์ #๑๐๒ ??? #ถาม : คุณพ่อของโยมป่วย คุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ลูกๆทราบกันแล้ว แต่ไม่กล้าบอกท่าน…
#นิมฺมโลตอบโจทย์ #๑๐๒
???
#ถาม : คุณพ่อของโยมป่วย คุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ลูกๆทราบกันแล้ว แต่ไม่กล้าบอกท่าน เกรงว่าท่านทราบแล้วจะยิ่งทรุด ถ้าคุณพ่อถามถึงผลการตรวจ ก็อาจจะจำเป็นต้องโกหก กรณีอย่างนี้ลูกๆจะบาปหรือไม่คะ?
#ตอบ : การพูดโกหก ยังไงๆก็ผิดอยู่แล้ว
เพราะศีลข้อมุสาวาท มีองค์ประกอบดังนี้
๑. เรื่องไม่จริง
๒. มีจิตเจตนาจะพูดให้คลาดเคลื่อนตัวความจริง
๓. ความพยายามอันเกิดจากจิตนั้น
๔. ผู้ฟังรู้เรื่อง
แต่จะบาปมากหรือน้อยก็มีเกณฑ์บ่งชี้ ดังนี้คือ
มุสาวาทนั้น มีโทษน้อย เพราะประโยชน์ที่ทำลายนั้นน้อย
มีโทษมาก เพราะประโยชน์ที่ทำลายนั้นมาก
ถ้าลูกอาศัยความกรุณา เกรงว่าพ่อจะทำใจไม่ได้ อาจจะทำให้โรคที่เป็นอยู่นั้นรุนแรงยิ่งขึ้น จึงโกหก
อย่างนี้ เราไม่ได้มุ่งร้ายกับพ่อ โทษก็ไม่มาก เมื่อเทียบกับการโกหกด้วยเจตนาร้าย
แต่แม้จะโกหกด้วยกรุณา ก็มีวิบากนะ
ต่อไปถึงคราวเราป่วย ลูกหลานก็เราก็อาจจะพูดคำโกหกมาปลอบใจเรา
แทนที่เราจะรู้ความจริงเพื่อที่จะเตรียมตัวเตรียมใจให้ทันก่อนตาย
เรากลับปล่อยเวลาผ่านไปอย่างประมาท ลั้นลาไปวันๆ มารู้ตัวอีกทีก็ใกล้ตายเต็มที
เราอาจจะโกรธหรือน้อยใจลูกหลานของเรา ว่าพวกนี้ไม่รักเราจริง ไม่ยอมบอกความจริงกับเรา
ถ้าเจริญสติไม่ทัน ก็ตายไปพร้อมกับใจที่เศร้าหมอง
พระพุทธเจ้าตรัสว่า “อริยสาวกยอมพิจารณาดังนี้ว่า
ก็ถ้าใครทำลายประโยชน์ของเราด้วยการกล่าวเท็จ ก็จะไม่เป็นข้อที่ชื่นชอบที่พอใจแก่เรา
ก็ถ้าเราจะทำลายประโยชน์ของคนอื่นด้วยการกล่าวเท็จ ก็จะไม่เป็นข้อที่ชื่นชอบที่พอใจแก่คนอื่นเหมือนกัน.. “
ประโยชน์ที่ถูกทำลายในกรณีนี้ คือ
เมื่อไม่รู้ความจริง แล้วตกอยู่ในความประมาท
ทางที่ดีในกรณีนี้ก็คือ ไม่พูดโกหก
ถ้าสามารถใช้ปัญญาหาคำพูดให้ท่านยอมรับความจริง และโยงมาถึงการเตรียมความพร้อมที่จะใช้เวลาที่เหลือเพื่อสั่งสมบุญกุศล จนถึงภาวนาพัฒนาจิตใจได้ก็ยิ่งดี
และควรแสดงออกให้ท่านมั่นใจว่า เราจะอยู่เคียงข้างท่าน และให้เวลาปรนนิบัติท่านด้วย ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก
เท่าที่ทราบ มะเร็งในยุคนี้ก็ไม่น่ากลัวเหมือนเมื่อก่อน คุณหมอก็มีความรู้ความสามารถ มียา มีเครื่องไม้เครื่องมือแพทย์ ที่จะช่วยให้การบำบัดโรคได้ผลดี บางกรณีก็หายขาดได้
เราก็พูดให้ท่านสบายใจ หรืออย่างน้อยก็ไม่ตกใจเกินไป ด้วยการให้ข้อมูลอีกด้านที่ท่านควรทราบ
ลองศึกษาอุบายของพระสารีบุตรก็ได้
ครั้งหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรออกจากสมาบัติ พิจารณาอยู่ว่า วันนี้จะไปโปรดใคร
ก็เห็นว่า จะไปโปรด “นายเพชฌฆาตเคราแดง”
นายเพชฌฆาตเคราแดงเมื่อก่อนคือ “โจรเคราแดง” ร่วมแก๊งอยู่ในกลุ่มโจรห้าร้อย
ภายหลังถูกจับได้ และถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการใช้ขวานฟันคอ แต่หาเพชฌฆาตไม่ได้
อำมาตย์ผู้วินิจฉัยคดีจึงพูดกับหัวหน้าโจรว่า “ถ้าเจ้ายอมเป็นเพชฌฆาตฆ่าโจรเหล่านี้ เราจะไว้ชีวิตเจ้า พร้อมกับได้ตำแหน่งหน้าที่ที่คนทั้งหลายนับถือ”
หัวหน้าโจรปฏิเสธ เพราะฆ่าลูกน้องไม่ลง ถามโจรอื่นๆ ก็ปฏิเสธ
แต่พอถามนายเคราแดง ก็ได้รับคำตอบว่า “สาธุ!” แล้วก็ฆ่าโจรทั้งหมดนั้น
นับแต่นั้นมา ก็รับหน้าที่เป็นเพชฌฆาตอยู่นานถึง ๕๕ ปี จนแก่ ไม่มีแรง ฟันคอโจรฉับเดียวไม่ขาด ต้องฟันอยู่หลายครั้ง ชาวเมืองทั้งหลายเห็นความลำบาก จึงถอดจากตำแหน่ง
ตลอดเวลาที่รับหน้าที่เพชฌฆาต นายเคราแดง มีนักโทษมาให้ฆ่าทุกวัน ไม่มีโอกาสได้แต่งตัวสวยๆ กินอาหารหรูๆ เลย
พอเกษียณแล้ว รุ่งเช้าก็อาบน้ำ ชำระกาย ทาแป้งหอม นุ่งผ้าใหม่ สั่งบริวารให้หุงข้าวยาคูปรุงด้วยน้ำนมและเนยใส
แต่งตัวเสร็จ มานั่งรอกิน อาหารก็หอมฟุ้งมาเชียว แต่ตาเหลือบเห็นพระสารีบุตรเสียก่อน จึงคิดว่า ‘เราทำการฆ่าคนมานาน ตอนนี้เรามีอาหารอย่างดีเลิศ มีพระมาอยู่หน้าบ้านเราแล้ว เราถวายอาหารนี้กับพระดีกว่า’
เมื่อถวายอาหารแด่พระสารีบุตรแล้ว ท่านพระสารีบุตรก็กล่าวอนุโมทนา แต่ใจนายเคราแดงก็ฟุ้งซ่านมาก ฟังไม่รู้เรื่องเลย ท่านพระสารีบุตรจึงถามว่า “ทำไมโยมจึงไม่สามารถทำใจมาตามคำเทศนาล่ะ?”
นายเคราแดงตอบว่า “ผมทำกรรมชั่วหยาบมานาน คนเป็นอันมากถูกผมฆ่าตาย ผมได้แต่กังวลถึงกรรมของผมครับ”
ท่านพระสารีบุตรคิดจะช่วย จึงถามว่า “ที่ท่านฆ่าน่ะ ท่านอยากฆ่าเอง หรือมีใครใช้ให้ทำล่ะ?”
นายเคราแดงตอบว่า “พระราชาให้ทำครับ”
ท่านพระสารีบุตรจึงถามว่า “เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว บาปจะมีแก่ท่านหรืออย่างไร?”
นายเคราแดงได้ฟังอย่างนั้น ก็คิดเอาเองว่า บาปไม่มีแก่เรา แต่เป็นบาปของพระราชา ก็สบายใจ พระสารีบุตรสอนกรรมฐานให้ก็ทำตาม จนบรรลุเป็นพระโสดาบันในที่นั้นเลย
ท่านพระสารีบุตรไม่ได้พูดโกหกเลยนะ โยมก็ลองปรับใช้ไปในกรณีของโยม ว่าเราควรจะพูดอย่างไร
ที่สำคัญคือ ไม่ใช่เพียงพูดให้ท่านสบายใจ แต่ควรโยงไปให้ถึงการภาวนาด้วย จึงจะได้ประโยชน์สูงสุด
และเราก็ได้ทำหน้าที่ของลูกหลานที่ดี เป็นกัลยาณมิตรในทางธรรมอีกด้วย
สมกับที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า
“หากวาจาแม้ตั้งพัน ไม่ประกอบด้วยบทที่เป็นประโยชน์ไซร้
บทที่เป็นประโยชน์บทเดียว ซึ่งบุคคลฟังแล้วสงบระงับได้ประเสริฐกว่า”
๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๐
วันจันทร์ที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ วันพระ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๒ ???? พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #๑๔๔ #กาลเวลาอย่าให้ผ่านไปเปล่า…
วันจันทร์ที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๐
วันพระ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๒
????
พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #๑๔๔
ปีใหม่เป็นหมุดอีกหมุดหนึ่ง
เข้าใจคำว่า”หมุด”ไหม
มันเป็นเครื่องหมาย เป็นนิมิต
(หมายความว่าเป็น) เครื่องหมายอันหนึ่งที่แสดงถึงความผ่านไปของกาลเวลา
ครูบาอาจารย์จะพูดเสมอว่า
กาลเวลาจะผ่านไปเนี่ย มันไม่ได้ผ่านไปเปล่า
มันเอาชีวิตของเราไปด้วย
โบราณท่านเปรียบเหมือนยักษ์
“ยักษ์กาละ” ได้ยินไหม?
ตาหนึ่งขาว ตาหนึ่งดำ
หมายถึงว่ายักษ์นี้กินเราทั้งวันทั้งคืน
คอยกัดกินสัตว์โลกทั้งวันทั้งคืน หนีไม่พ้น!
เราจะถูกยักษ์กาละเนี่ย กินไปเรื่อยๆ
ตอนนี้ก็ยังถูกกินอยู่ กินไปทุกวินาที!
กินไปทุกวันๆ ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็เสีย
ความเสียหายคือ ชีวิตสั้นลงไป หายไป ขาดทุน!
พระพุทธเจ้าจึงให้คาถาเตือนใจ
เป็นคาถาภาษาบาลีบอกว่า..
อโมฆํ ทิวสํ กยิรา, อปฺเปน พหุเกน วา
(อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา, อัปเปนะ พะหุเกนะ วา)
#วันแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปเปล่า
#ให้มันได้อะไรบ้างถ้าไม่มากก็น้อย
….(ได้บ้าง)ในที่นี้ พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า..
ได้พัฒนาจิตใจตัวเองบ้าง ไม่ให้มันเป็นโมฆะ
ธรรมบรรยายโดย
พระอาจารย์กฤช นิฺมมโล
???
เรียบเรียงจากไฟล์เทศน์ ณ บ้านจิตสบาย
591225_ธรรมะรับกาลเวลา
ลิงค์เสียง http://bit.ly/2l9kKIw
นาทีที่ 05.46-08.40





