วันเสาร์ที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๖ วันพระ แรม ๑๕ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีขาล พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #จิตรู้ตรงข้ามจิตคิด “จิตรู้” กับ “จิตคิด” จึงตรงข้ามกันเลย จิตขณะที่รู้.. ไม่ได้คิด! จิตขณะที่คิด.. ไม่รู้! ทีนี้ไอ้ที่ไม่รู้นี่คือ.. ไม่มีความรู้ ในแง่ว่า.. มีสติรู้ทันจิต หรือรู้กาย มันจะกลายเป็นว่า.. รู้เรื่องราว ที่คนเขาบอกว่า “รู้นะๆ ฉันรู้นะ!” แต่มันรู้เรื่องราว! แต่ “รู้” ที่เราพูดถึงเนี่ย คือ “รู้กาย” หรือ “รู้ใจ” ในที่นี้จะบอกว่า “รู้ใจ” จิตที่มันรู้เรื่องราว คือ “เผลอคิด” แต่พอรู้ว่าเมื่อกี้เผลอคิด “จิตที่รู้” ก็กลายเป็น “จิตผู้รู้” ขึ้นมา ถ้ารู้ด้วยใจเป็นกลางนะ มันจะกลายเป็นว่า.. การรู้ครั้งนี้ มันมี”รู้” ประกอบด้วยสติ และสมาธิ ก็ตรงนี้จะเรียกอีกคำว่า “มีจิตตั้งมั่น” “มีจิตถึงฐาน” หรือ “จิตที่มีสัมมาสมาธิ” พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจากรายการ คลิกใจให้ธรรม ตอน “จิตผู้รู้” T.314 วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๖ ลิงค์รายการ https://www.youtube.com/watch?v=322jjVjfFzc&t=868s (นาทีที่ 13.26 – 14:28) คลิกใจให้ธรรม_จิตผู้รู้ (พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล) T.314 15/01/66www.youtube.comรายการ คลิกใจให้ธรรม Dhamma on Hand ทางช่อง MVTV หมายเลข 75 ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 06.00-07.00 น. ติดตามความเคลื่อนไหวทางราย….. January 21, 2023ฝากคิดadmin อ่านต่อ
วันเสาร์ที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๖ วันพระ แรม ๘ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีขาล พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #ธรรมชาติของความโกรธ ทุกครั้งที่จิต มีความโกรธ จิตขณะนั้นเป็นทุกข์ทันที! เศร้าหมองทันที! ทุกขณะจิตเลย ไม่มียกเว้นเลย นี่เป็นธรรมชาติของความโกรธ เกิดกับจิตดวงไหน จิตขณะนั้นเป็นทุกข์ทันที ฉะนั้น ถ้าทุกข์จากความโกรธ ให้รู้ทันว่า “ตอนนี้เรากำลังเป็นเจ้ากรรมนายเวรแล้ว” บอกตัวเองเลย “ให้อภัยเขา” “ให้อภัยเขา” หมายความว่าอย่างไร? เราเชื่อเรื่อง “กฎแห่งกรรม” “ใครทำดีได้ดี ใครทำชั่วได้ชั่ว” ไอ้คำว่า “ทำชั่วได้ชั่ว” ไม่ใช่ว่าเราไปเป็นกรรมการ คอยให้คะแนนคอยสั่งว่า “มึงจงได้รับกรรมชั่วเดี๋ยวนี้” ไม่ใช่! เข้าใจไหม? มันเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ใช่ว่าต้องมีเราไปให้คะแนน เร่งให้เขาได้รับผลกรรมชั่ว มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ! มันไม่เป็นอย่างนั้น ไอ้ครั้งที่เราคิดโกรธ เราชั่วเอง! ที่เราไม่พอใจน่ะ เราชั่วเองนะ!! คำว่า”ชั่ว” ดูรุนแรงไปหน่อย ก็คือ “เราโกรธแล้ว” เป็น “อกุศลแล้ว” ในตอนนี้ เป็นทุกข์แล้ว! ให้รู้ให้ทันในตอนนี้ด้วย ดังนั้น เวลาเราคิดถึงใครแล้วหงุดหงิด คิดถึงใครแล้วไม่สบายใจ ให้นึกเลยว่า “นี่กูเป็นเจ้ากรรมนายเวรแล้ว” ให้อภัยเขา เราต้องการให้เจ้ากรรมนายเวรของเราให้อภัยกับเราอย่างไร.. เราให้อภัยก่อนเลย! ทำให้เป็นตัวอย่าง ทำให้เป็นตัวอย่างว่า..เนี่ย! เราให้อภัยแล้ว แล้วเราเองได้รับผลเลย รับผลเลยทันที เป็นสุขใจทันที ปลอดโปร่งโล่งใจทันที พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจากการบรรยายธรรม “เล่าเรื่องสอนแม่” ณ บ้านขนมนันทวัน วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ ลิงค์รายการ https://www.youtube.com/watch?v=dRcTvYpZTOg&t=4313s (นาทีที่ 1:42:02 – 1:43:29) January 14, 2023ฝากคิดadmin อ่านต่อ
วันศุกร์ที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๖ วันพระ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีขาล #พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #ละมานะด้วยฉันทะ ตัวนี้สำคัญนะ! ไม่ใช่อยากอย่างเดียวว่า.. “ทำไงเราจะเป็นโสดาบันอย่างท่านบ้าง?” แล้วก็อยากเฉยๆ ..ไม่ทำ! อย่างนี้เรียกว่าเทียบแล้ว ก็มีแต่”ตัณหา” แต่ถ้าเทียบแล้วให้เป็นประโยชน์ เทียบแล้วเกิด”ฉันทะ” อย่างนี้ได้ …. คำสอนของพระพุทธเจ้าเนี่ย ถ้าทำปฏิบัติตาม จะได้ผล เราก็จะเป็นอย่างนั้นบ้าง! เป็นปัจจัยให้เกิด”ฉันทะ” ฉันทะเนี่ย! ก็จะมาฝึกตน ให้มีการประพฤติปฏิบัติ ให้มีการแสดงออกทางกาย ทางวาจา อยู่ในศีล เป็นวินัย เขาเรียกว่า”สีลสิกขา” เป็นเหตุให้เราเนี่ยมาขวนขวายหา.. “วิธีพัฒนาจิตใจ” พัฒนาจิตใจคืออะไร? คือ “จิตตสิกขา” จะทำอย่างไร?.. ให้จิตมันมีกุศล ให้มีความเพียร มีศรัทธา มีเมตตา กรุณา มุทิตา อะไรประมาณนี้นะ! …. เพราะมีมานะ เอามานะมาใช้ ให้เป็นประโยชน์โดยการว่า.. เกิดเทียบเขาเทียบเรา แต่เห็นแล้วว่าท่านดี(โสดาบัน) เกิดฉันทะที่จะพัฒนาตนเอง จะเป็นอย่างท่านเนี่ยแหละ! พอสุดท้าย..จะเริ่มต้นด้วยการละมานะที่ผิดก่อน เห็นผิด เห็นไม่ตรงความเป็นจริง อันนี้แหละจะละไปก่อน แต่พอเป็นพระโสดาบันจะละได้หมด ไอ้ที่เห็นไม่ตรงจริง เหลือแต่มีมานะเทียบที่ตัวตน พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจากรายการ “คลิกใจให้ธรรม” ตอน เราสำคัญตัวแบบไหน T.312 วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ ลิงค์รายการ https://www.youtube.com/watch?v=19rayHTbjf8&t=2002s (นาทีที่ 31:00–33.54) January 6, 2023ฝากคิดadmin อ่านต่อ
วันศุกร์ที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ วันพระ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีขาล พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #ทุกข์คือเครื่องเตือนใจ คน..มันเป็นภาวะที่เหมาะ! ยังมีคำสอนของพระพุทธเจ้า เรายังฟังได้! ยังเข้าใจ! แล้วก็.. ทุกข์มีอยู่ก็จริง แต่มันก็ไม่มาก จนขนาดที่จะทำให้เรา ทำอะไรไม่ได้เลย ไม่เหมือนสัตว์นรก.. สัตว์นรกทุกข์! แล้วก็ปฏิบัติธรรมไม่ได้ ทุกข์ของคนเนี่ย ทุกข์เหมือนกัน แต่ไม่มาก ถึงขนาดว่า จะเป็นเครื่องกั้นไม่ให้ปฏิบัติได้ กลายเป็นว่า.. มันเป็นเครื่องเตือนใจ ให้ไม่ประมาทได้ สุข.. ของความเป็นคน ก็ไม่ได้สุขมากมาย จนรู้สึกว่า.. มันยั่งยืนนิรันดร สุขของความเป็นคนเนี่ย พอดีๆ คือ สุขไม่นาน แต่ถ้าคนไม่เคยปฏิบัติธรรม ไม่เคยฟังธรรม ก็รู้สึกว่า.. ทำไมสุขแค่เนี่ย อยากสุขมากกว่านี้ ก็อยากเป็นเทวดาบนสวรรค์ รู้สึกเป็นเทวดา น่าจะสุขนาน แล้วก็น่าจะดีกว่า ความเป็นคน แต่พระพุทธเจ้า ตรัสว่า “เป็นคนน่ะดีกว่า เพราะสุขไม่นาน” แปลก!! สุขไม่นาน ทำให้เราไม่ประมาทอีกแล้ว มันเลยเห็นว่า สุขเนี่ย.. ก็อยากให้สุขนานๆ มันก็ไม่นานด้วย ทุกข์เนี่ย.. อยากให้หายไปเร็วๆ มันไม่เร็วด้วย แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เราเห็นทุกข์ ของความเวียนวายตายเกิด ทุกข์ของชีวิตขึ้นมา เห็นทุกข์ของชีวิตขึ้นมาอย่างนี้ ก็เริ่มที่จะคิดที่จะพ้นไป และสามารถทำได้ในความเป็นมนุษย์นะ! พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจาก ธรรมบรรยาย ณ บ้านจิตสบาย ตอน “เปิดกล่องของขวัญ” 651225 วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๕ ลิงค์คลิปวีดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=N3w1PIoSKoo (นาทีที่ 26:25 – 28:11) December 30, 2022ฝากคิดadmin อ่านต่อ
วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๕ วันพระ แรม ๑๔ ค่ำ เดือนอ้าย(๑) ปีขาล พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #หวังรู้ ถ้าเราตั้งเป้า “ต้องสุข ต้องสงบ ต้องนิ่ง” พอมัน “ไม่ดี ไม่สุข ไม่สงบ ไม่นิ่ง” เราก็เห็นแล้ว .. เหมือนเห็นนะ! เหมือนจะมีสติ .. แต่ไม่เป็นกลางสักที! ทำไมไม่เป็นกลาง? ผิดหวังไง! แล้วจะหวังยังไง? ก็ต้องมีหวังบ้างสิ! หวังอะไร? .. หวังรู้! “หวังรู้” คืออะไร? ทำสมถะไปนะ! นับจากนี้จะดีก็ได้ ไม่ดีก็ได้.. จะรู้ ตั้งใจไว้ว่า.. จะรู้! จะดีก็ได้ ไม่ดีก็ได้.. จะรู้! ไม่ว่าจะดี หรือไม่ดี เห็นอะไรที่มันผิดไปจากนี้ คือตั้งใจว่า.. จะรู้! ผิดจากนี้เป็นความผิดจากไหนได้บ้าง? มีผิดแบบ”เผลอเพลิน”ไปเลย คือไม่อยากเผลอเพลิน ก็เพ่งเอาไว้ มีสองแบบ “เผลอเพ่ง” ก็ต้องรู้ด้วย ถ้าเพ่งแล้วไม่รู้! มันไม่ไปต่อ มันจะไม่เห็นไตรลักษณ์ เพ่งเอาไว้ เหมือนนิ่งๆ แต่ไม่เห็นไตรลักษณ์ ถ้ารู้.. คือคะแนน จะได้คะแนนอยู่เสมอ แต่ถ้าตั้งใจจะเอาสุข เอาสงบ เอานิ่ง พอมันไม่สุข ไม่สงบ ไม่นิ่ง รู้สึกไม่ได้คะแนน.. ต้องแก้! แก้ได้! .. รู้สึกได้คะแนน แก้ไม่ได้!! .. รู้สึกเสียคะแนน แก้ได้! .. รู้สึกเก่ง แก้ไม่ได้!! .. รู้สึกแย่จัง นึกออกไหม? แล้วมันก็เป็นอย่างนี้ ถ้าเริ่มต้นด้วยการที่อยากดี อยากสุข อยากสงบ อย่างนิ่ง วงจรก็จะเป็นอย่างนี้! เห็นไม่ดี! ..แก้ เห็นไม่สุข! ..แก้ เห็นไม่สงบ! ..แก้ เห็นไม่นิ่ง! ..แก้ เพราฉะนั้น ไม่มีประโยคที่หลวงพ่อว่าไว้นะ “มีสติ รู้กาย รู้ใจตามความเป็นจริงด้วยจิตที่ตั้งมั่น และเป็นกลาง” ไม่เกิด.. ประโยคนี้ไม่เกิด! ปัญญาไม่มา วิปัสสนาไม่มี เพราะฉะนั้น.. ก่อนจะมีประโยคนี้ขึ้นมา ต้องตั้งใจให้ถูก! ไม่ได้ตั้งใจที่จะเอาดี สุข สงบ นิ่ง แต่ต้องมีมัน! พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจากการแสดงธรรม คอร์สจิตเกษม ๒ – เริ่มภาวนา (๖๕๑๒๐๓) ลิงค์รายการ https://www.youtube.com/watch?v=uKhYbz7XbV4&t=2465s (นาทีที่ 36.57– 39.39) December 22, 2022ฝากคิดadmin อ่านต่อ
วันศุกร์ที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๕ วันพระ แรม ๘ ค่ำ เดือนอ้าย(๑) ปีขาล พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #สันโดษเป็นไปเพื่อความเจริญ คนที่เขา”สันโดษ”กันได้เนี่ย! จริงๆ (สันโดษ) เป็นไปเพื่อความเจริญ เพราะว่าสันโดษเนี่ย.. ทำให้ไม่เบียดเบียนกัน ความสามารถเท่าเดิม หาได้มากเท่าเดิม แต่ใช้น้อย ใช้เท่าที่จำเป็น ที่เหลือแบ่งปัน นี่คือ.. “สันโดษ” ได้มาก..! แต่ใช้เท่าที่ตัวเองต้องการ.. จำเป็น! คือ เท่าที่สมควร ไม่ได้ใช้ จนกลายเป็น.. หามาๆ แล้วก็ใช้ไม่ทัน แล้วก็เก็บหวงไว้ อันนี้.. “ไม่สันโดษ” สันโดษ คือ ความสามารถในการหาเท่าเดิม เท่ากับตอนที่ไม่มีความสันโดษนั่นแหละ แต่ใช้เท่าที่จำเป็น ที่เหลือแบ่งปัน ให้ทาน อย่างนี้สังคมจะร่มเย็น เป็นสุข ไม่ได้ลดความสามารถในการหานะ แต่ถ้าไม่ยอมสันโดษ จะเอาแต่ตัณหา ตัณหาคือ อยากได้ๆ พออยากได้แล้ว ไม่ยอมแบ่งปัน เพราะรู้สึกว่า..ได้มาแล้วไม่พอ! เพราะตัณหามันถมไม่เต็ม “ตัณหา” พระพุทธเจ้าตรัสว่า.. แม้จะมีฤทธิ์เสกเขาทั้งลูกให้เป็นทองคำ ก็ไม่พอสำหรับตัณหาของคนคนเดียว พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจากการแสดงธรรม ณ บ้านจิตสบาย – ภาวนาแบบยอมรู้ (๖๕๑๑๒๗) วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ลิงค์รายการ https://www.youtube.com/watch?v=pO3IQoekqvg&t=1435s (นาทีที่ 22:40 – 24:05) December 16, 2022ฝากคิดadmin อ่านต่อ
วันพฤหัสบดีที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๕ วันพระ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนอ้าย(๑) ปีขาล พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #พิจารณาธรรมโดยชอบตามกาล ถ้าฟุ้งซ่าน.. เป็นเวลาของสมถะ ถ้าจิตตั้งมั่นแล้ว.. เป็นเวลาของวิปัสสนา พูดภาษาง่ายๆ อย่างนี้นะ! ถ้าภิกษุนั้นทำอย่างนี้นะ เรียกว่า “พิจารณาธรรมโดยชอบตามกาล” เรียกว่า.. มันเป็นศิลปะ ในการภาวนาเนี่ย มันเป็นศิลปะ คือต้องพิจารณา ต้องคอยประเมินตนเอง ไม่ใช่ดุ่ยๆๆ ทำแต่สมถะ หรือ..ดุ่ยๆๆ จะเจริญวิปัสสนา เรามีเหตุอะไร ที่จะไปเจริญสมถะ? มีเหตุอะไร ที่จะไปเจริญวิปัสสนา? เราทำถูกเวลาไหม? เราฟุ้งซ่านอยู่..ทำสมถะ! ทำสมถะจนจิตตั้งมั่นแล้ว พอจิตตั้งมั่นแล้ว..ทำวิปัสสนา อย่างนี้นะ พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจากรายการ คลิกใจให้ธรรม ตอน “ถ้าไม่รู้จุดเริ่มต้น จะไปต่อได้อยางไร” (T.307) วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ลิงค์รายการ https://www.youtube.com/watch?v=gMAVsKkvlDo&t=1575s (นาทีที่ 25:24 – 26:17) December 8, 2022ฝากคิดadmin อ่านต่อ
วันพฤหัสบดีที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ วันพระ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือนอ้าย(๑) ปีขาล พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #เห็นแล้วเห็นอีก ขั้นตอนในการเห็นไตรลักษณ์เนี่ย มันต้องเห็นแล้ว.. เห็นอีก! เห็นแล้ว.. เห็นอีก!! เมื่อก่อนนี่นะ เข้าใจว่า.. ถ้าเห็นไตรลักษณ์สักครั้งหนึ่งแล้วนะ น่าจะบรรลุมรรคผลได้ แต่พอมาภาวนาจริงๆ มันไม่ใช่! มันต้องเห็นแล้ว.. เห็นอีก! เห็นแล้ว.. เห็นอีก!! เห็นจน.. ไม่ยินดี-ยินร้ายกับสิ่งที่ปรากฏ แรกๆ นี่นะ เวลาเห็นไตรลักษณ์ขึ้นมาที.. มันตื่นเต้น! เห็นไตรลักษณ์นะ! โอ้! อย่างนี้ก็มีหรือ? โอ้! มันเกิด-ดับ ประมาณนี้ ‘เฮ้ย! เห็นร่างกาย.. เฮ้ย! มันไม่ใช่เรานี่’ อะไรแบบนี้ เห็นไตรลักษณ์ของร่างกาย.. ไม่ใช่เรา! มันตื่นเต้น! บางทีทำใจไม่ได้นะ บางคนใจสั่นเลยนะ คล้ายๆ กับว่า.. ความเป็นเราเนี่ย ถูกสั่นสะเทือน ถูกสั่นคลอน มันก็จะสะเทือนใจ สะเทือนใจในแง่ว่า.. ‘ความเป็นเราจะต้องสูญสลายไปแล้วเหรอ? เรามีตั้งแต่เกิดมา ตอนนี้มันจะไม่มีเราแล้วเหรอ?’ อะไรประมาณนี้ มันจะสะเทือนใจ เพราะความจริงปรากฏ.. ถูกแฉ! ถูกแฉว่า.. ที่เคยเข้าใจว่า”มีเรา” มันไม่ใช่! ไม่ใช่!! คุณเข้าใจผิด!!! อะไรประมาณนี้ มันสะเทือนใจ! มันต้องเห็นแล้ว.. เห็นอีก! เห็นแล้ว.. เห็นอีก! จนใจเป็น”อุเบกขา” เป็นอุเบกขากับ “การเห็น” เห็นแล้ว.. ซ้ำแล้ว.. ซ้ำอีก! ซ้ำแล้ว.. ซ้ำอีก!! ตอนที่บรรลุมรรคผลจริงๆ เนี่ย มันจะเห็นซ้ำๆ กัน ต่อเนื่องกัน คนส่วนใหญ่.. ถ้าตอนนี้เห็นไตรลักษณ์ได้ จะเห็นแค่.. แว๊บหนึ่ง! ทีละแว๊บ! ทีละแว๊บ! ดังนั้นงานของเราคือ.. ทำให้เห็นถี่ๆ บ่อยๆ ก็คือ..ทำบ่อยๆ พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจากการบรรยายธรรม บ้านสติ วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ ลิงค์รายการ https://www.youtube.com/watch?v=LqlqWOyXbXs&t=1833s (นาทีที่ 31:13 – 33:12) December 1, 2022ฝากคิดadmin อ่านต่อ
วันพุธที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ วันพระ แรม ๑๕ ค่ำ เดือนสิบสอง(๑๒) ปีขาล พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #สอนอย่างที่พูด ทำอย่างที่สอน ผู้ที่จะสอนเราได้ ควรจะเป็น.. ผู้ที่ปฏิบัติเองได้ด้วย! คนนั้น! ผู้นั้น! อาจารย์ท่านนั้น! ควรจะปฏิบัติเองได้ ปฏิบัติอยู่ แล้วก็”ปฏิปทา”ก็ยังเป็นตัวอย่างให้เราด้วย การที่ท่านปฏิบัติเองได้ แสดงว่า.. ท่านก็ต้องมีธรรมะที่ท่านถือปฏิบัติอยู่ แล้วธรรมะที่ท่านถือปฏิบัติอยู่ ในแง่ที่ว่าจะให้”พ้นทุกข์” ก็ไม่ได้มาจากใคร ก็มาจากพระพุทธเจ้านี่แหละ! เพราะไม่มีใครสอนให้พ้นทุกข์ได้ ก็มีเพียงพระพุทธเจ้ามาสอน แล้วก็พระสาวกทั้งหลายมาบอกต่อ นอกนั้นไม่ใช่คำสอนที่พ้นทุกข์ จึงไม่ใช่เรียกว่า “พุทธศาสนา” ….. ท่านที่สอนอย่างที่ทำ และทำอย่างที่สอน มีบ้างไหม? นี่คือประเด็นว่า.. เราควรหาอาจารย์แบบไหน? คือ”ท่านสอนอย่างที่ทำ ทำอย่างที่สอน” คือ “สิ่งที่ทำ กับสิ่งที่สอน ไม่ขัดแย้งกัน” มีบ้างไหม!? พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจาก รายการคลิกใจให้ธรรม ตอน “ทำได้อย่างที่พูด พูดได้อย่างที่ทำ” (T305) ออกอากาศวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ลิงค์รายการ https://www.youtube.com/watch?v=6EXLIw_ZyxM (ระหว่างนาทีที่ 5.5 – 8.40) November 23, 2022ฝากคิดadmin อ่านต่อ
วันพุธที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ วันพระ แรม ๘ ค่ำ เดือนสิบสอง(๑๒) ปีขาล พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #สุขอะไรที่ไม่มีทุกข์เจือปน เวลาเราต้องการสุขเนี่ยนะ! เหมือนเราก็จะแสวงหาสุข แต่ลืมดูว่า.. สุขที่แท้!.. มันต้องไม่มีทุกข์เจือปน สุขอะไร.. ที่ไม่มีทุกข์เจือปน? คือ “สุขใน.. พระนิพพาน” ก็ต้องแสวงหาสุขแบบนั้น คือ เมตตาตัวเอง ก็จะมีเป้าหมาย เป้าหมายก็คือว่า.. ต้องไปถึง “สุขในระดับที่ไม่มีมลทิน” “ไม่มีความทุกข์เจือปน” มีอยู่อย่างเดียว คือ “พระนิพพาน” เพราะฉะนั้น.. ถ้าเราปรารถนาดีกับตนเอง ปรารถนาให้ตนเองมีความสุข ไม่ใช่! แสวงหาแต่”กามสุข” เพราะว่า.. “กามสุข” จะมีทุกข์เจือปนอยู่เสมอ ไม่ใช่หาสุขแบบ”สุขเวทนา” แบบเห็น-ฟัง-ดม อะไรเนี่ยนะ! ซึ่งเวทนามันเปลี่ยนไปเรื่อย มันจะให้มีสุขตลอดเวลา ลองดูเถอะ! ชีวิตนี้.. มันจะเป็นไปได้ไหม? ทุกครั้งที่ปรารถนาสุข และสุขเปลี่ยนไป เราจะทุกข์ทันที! หรือ.. ยังไม่ทันเปลี่ยน แต่ระแวงว่ามันจะเปลี่ยน ก็ทุกข์แล้ว ….. ดังนั้น สุขก็จริงเนี่ยนะ ถ้าสุขนั้น.. มันเปลี่ยนแปลงได้! มันคือ.. ทุกข์!! เพราะฉะนั้น เวลาปรารถนาดีกับตนเอง ปรารถนาให้มีสุข และปรารถนาว่า.. สุขแท้ๆ คืออย่ามีทุกข์ด้วย! นั่นคือ เป้าหมายของเรา “ให้ถึงพระนิพพาน” พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจากรายการ “คลิกใจให้ธรรม” ออกอากาศ วันที่๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ ลิงค์รายการ https://youtu.be/_SfWMFCbNQ8 (นาที 19:25 – 21:00 ) November 16, 2022ฝากคิดadmin อ่านต่อ
วันอังคารที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ วันพระ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสิบสอง ปีขาล (วันลอยกระทง) #พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #ผ่านไปได้ด้วยใจเป็นกลาง ท่ามกลางความเหนื่อยยาก ก็ไปได้.. ! ที่ไปได้..เพราะจิตใจเข้มแข็ง มีต้นทุน มีความเพียร ความมีวิริยะ ความไม่ท้อถอย เหนื่อยยากแค่ไหน!.. วิกฤติยังไง!!.. ก็ยังภาวนา.. ผ่านไปได้ สบาย.. ก็อย่าเหลิง เหนื่อยหนัก.. ก็อย่าท้อแท้ “ความเป็นกลาง” คือยังไงก็ภาวนา สบาย.. ก็ภาวนา เหนื่อย.. ก็ภาวนา ชอบ.. ก็ภาวนา ไม่ชอบ.. ก็ภาวนา ภาวนา.. ให้มันจนเป็นนิสัย จนเป็น.. สิ่งที่ขาดไม่ได้กับชีวิตของเรา มันมีชีวิตแบบหนึ่งนะ! มีทุกข์.. จึงจะภาวนา พอมีสุขแล้วสบาย..เหลิง! ประมาณว่า.. เทวดาช่วยฉันแล้ว! ครูบาอาจารย์ช่วยฉันแล้ว สบายแล้ว.. หยุด! เสพสุข.. ตอนสุขก็หยุด! เสพสุขไปเรื่อย..อย่างนี้นะ! ถ้ามีทุกข์บ่อยๆ จะดี ถ้าหมดทุกข์ไปแล้วจะประมาท ถ้าเสวยบุญ ตายแล้วไปเป็นเทวดา ก็เป็นเทวดาที่ประมาท ไม่ทำบุญอะไรต่อบนสวรรค์ พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจาก ธรรมบรรยาย ณ บ้านจิตสบาย วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ ลิงค์วีดีโอ https://youtu.be/okRcX9TTEJs (ระหว่าง นาทีที่ 07:51-09:07) November 8, 2022ฝากคิดadmin อ่านต่อ
วันอังคารที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ วันพระ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือนสิบสอง(๑๒) ปีขาล พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #ระลึกถึงความตายเป็นยา ความตายนั้นเป็นยา ที่ให้ผลชะงัดกับคนขี้เกียจ คนท้อแท้ คนขี้เกียจ คนจิตตก ให้ระลึกถึงความตาย แต่ให้ระลึกถึงความตายแบบเตือนตัวเองให้ไม่ประมาท! ไม่ใช่นึกถึงความตายแล้วกลัว อันนี้.. คือนึกไม่เป็น! คนนึกถึงความตายแล้วลนลาน คือ นึกถึงความตายแบบไม่ใช่ชาวพุทธ ไม่ใช่นักทำกรรมฐาน นึกถึงความตายแบบกรรมฐาน คือ ให้ระลึกแล้วเตือนตัวเองให้ไม่ประมาท ชีวิตนี้น้อยนัก! ชีวิตนี้มีเวลาน้อยเหลือเกิน!! …. ให้ระลึกถึงความตายบ่อยๆ อายุมีน้อย ใช้สอยให้เป็นประโยชน์ ให้มา”รักษาศีล” ถ้าอยู่เป็นญาติโยม ก็ให้”ทาน”ด้วย ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ภาวนาก็ให้ครบทั้ง ๒ อย่าง คือ “สมถะ” และ “วิปัสสนา” อย่าปล่อยชีวิตให้ล่วงเลยไป! แล้วพอเวลาใกล้ตาย อย่ามาเสียดายกับตัวเองว่า.. “โอ้! เราประมาทไปแล้ว” พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจากรายการ “ธรรมะสว่างใจ” ออกอากาศ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๕ ลิงค์รายการ https://youtu.be/VO91ktpRJmg (นาที 01:22:07 – 1:31:41) November 1, 2022ฝากคิดadmin อ่านต่อ
วันจันทร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๕ วันพระ แรม ๑๔ ค่ำ เดือนสิบเอ็ด(๑๑) ปีขาล #พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #จาคานุสสติ คิดในสิ่งที่เราได้เคยบริจาคออกไป แล้วก็มีความปลื้มใจปีติใจ คิดซ้ำ แล้วก็มีความปลื้มใจ เช่นว่า เราได้ไปถวายผ้ากฐิน ได้ถวายผ้าไตรจีวรครบท่ามกลางหมู่สงฆ์ ปลื้มใจ..ปลื้มใจ.. แม้ว่าเหตุการณ์นั้นผ่านมาแล้ว วันนี้.. เดือนนี้.. ผ่านมาเป็นเดือน.. หลายเดือนแล้ว.. แต่พอมาหวนคิดอีกที ก็ยังปลื้มใจอยู่ คิดแล้วก็มีความปลื้มใจ ใจที่มีความปลื้มใจนั้นเป็นกุศล ถ้าคิดถึงความที่เราได้ทำบุญ ได้บริจาค คิดแล้วใจไม่วอกแวกไปไหน คิดแต่เรื่องราวเรื่องนี้ กลายเป็นทำกรรมฐานตัวหนึ่งด้วยซ้ำไป เรียกว่า “จาคานุสติ” พอเราได้บริจาคอะไรไปแล้ว พอมาหวนคิดแล้วมีความสุข อย่างนี้มันจะมีกำลังใจที่จะบริจาคอีก อาจจะไม่บริจาคแบบเดิมก็ได้ อาจจะรู้สึกว่า ‘เนี่ยเราให้ แล้วมีความสุข’ ก็เลยมีความรู้สึกว่า เมื่อก่อนนี้.. เราคิดว่า ‘ต้องได้มาเท่านั้น จึงจะมีความสุข’ แต่ตอนนี้.. ‘การให้ การบริจาค ดูภาพรวมแล้ว มันเหมือนกับการที่เราเสียวัตถุ เสียสิ่งของ เสียทรัพย์ แต่พอมาคิดภายหลัง แล้วมันมีความสุขอย่างนี้’ พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจากตอบปัญหาธรรม รายการธรรมะสว่างใจ ออกอากาศวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๕ ลิงค์รายการ https://www.youtube.com/watch?v=Zkxh5aCG39g (นาทีที่ 17:58 – 25:15) October 24, 2022ฝากคิดadmin อ่านต่อ
วันอังคารที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๕ วันพระ แรม ๘ ค่ำ เดือนสิบเอ็ด(๑๑) ปีขาล พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #ความโศกย่อมเกิดเพราะตัณหา พระพุทธเจ้าตรัสว่า.. ที่โศกเศร้า เพราะตัณหา “ความโศกย่อมเกิด เพราะตัณหา” พระองค์ชี้ให้เห็นสาเหตุนะ! เรามีความปรารถนา หรือมีตัณหา อยากให้มันเป็นอย่างหนึ่ง แต่มันเป็นอีกอย่างหนึ่ง อันนี้เขาเรียกว่า “เป็นทุกข์’ ทุกข์เพราะว่า.. ไม่สมปรารถนา มีตัณหาขึ้นมา แล้วก็ไม่เป็นไปที่ตัณหานั้นตั้งเอาไว้ ก็กลายเป็นทุกข์ขึ้นมา “ความโศก” ย่อมเกิดเพราะตัณหา “ภัย” ก็เกิดเพราะตัณหา (สองอย่างแล้วนะ!) “ตัณหายะ ชายะตี โสโก” ความโศก.. ย่อมเกิดเพราะตัณหา “ตัณหายะ ชายะตี ภะยัง” ภัย.. ก็ย่อมเกิดมาจากตัณหา ความโศก.. ย่อมไม่มีกับคนที่พ้นแล้วตัณหา ถ้าพ้นจากตัณหาแล้ว ภัยจะมีจากที่ไหน! ก็หมายถึงว่า.. คนที่ภาวนามา จนบรรลุมรรคผล จนถึงขั้นหมดตัณหาแล้ว ย่อมไม่โศก และไม่ได้รับผลเสียหายจากภัยอะไร หมายความว่า.. ความเสียหายอาจจะมี กุฏิ อาจจะพัง ข้าวของ อาจจะเสียหาย จีวร อาจจะถูกน้ำพัดจนเปอะเปื้อน หรือฉีกขาด อะไรอย่างนี้! แต่ไม่โศก!! ภัยนั้นไม่ถึงใจ เพราะว่า.. รู้อยู่ เข้าใจอยู่ ว่า.. โลกนี้มันเป็นอย่างนี้ โลกนี้มันไม่เที่ยง โลกนี้มันแปรปรวน และเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย ไม่อยู่ในอำนาจบังคับของใคร เข้าใจ! พอมันแสดงความจริงมา.. ก็ “นี่ไง! มันแสดงความจริง ก็รู้อยู่ตั้งนานแล้ว” ประมาณแบบนี้ “นานแล้ว” หมายความว่า.. บรรลุมรรคผลขั้นสุดท้ายมานานแล้ว จึงเข้าใจแล้ว! หรือ แม้แต่เพิ่งบรรลุอยู่ตอนนี้ แล้วเกิดเหตุเภทภัย ท่านก็ไม่เป็นทุกข์ ไม่เดือดร้อน เพราะเข้าใจ! เข้าใจธรรมชาติว่า.. มันต้องเปลี่ยนแปลง ธรรมชาติมันเป็นอย่างนี้ ..ไม่เป็นทุกข์ “ความโศก” ก็ไม่มี เพราะหมดตัณหา “ภัย” ไม่ถึงใจ ภัยไม่สามารถทำอะไรกับจิตใจนี้ได้ เพราะ.. ไม่มีตัณหาแล้ว เพราะ.. พ้นจากตัณหาแล้ว พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจากรายการ ธรรมะสว่างใจ ออกอากาศ วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ ลิงค์รายการ https://youtu.be/O47DaI47lb8 (นาที 00.11.55-00:14.57) October 18, 2022ฝากคิดadmin อ่านต่อ