All posts by admin

วันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ วันพระ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๓ 👼👼👼 พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ ๒๔๑ #สวดมนต์ดูจิต เวลาสวดมนต์..ถ้าออกเสียงก็ควรจะออกเสียงเพราะ ๆ ด้วย (ให้ออกเสียง)เพราะเท่าที่เรา(จะสวด)เพราะได้ แต่อย่าให้ถึงกับขั้นดัดจริต เอาเท่าที่เราสวดด้วยเสียงปกติ มันจะเพราะเอง! บทสวดมนต์เนี่ย..มีความอัศจรรย์อย่างหนึ่งคือ ออกเสียงให้ตรงเท่านั้นเอง..(เสียง)เพราะเลย การสวดมนต์เนี่ย ได้ทั้งสมถะ-วิปัสสนา..ทำได้นะ! ถ้าใจอยู่กับบทสวด ก็คือการทำสมถะ ถ้าใจเผลอไป ตอนนั้นไม่ได้ทำสมถะ แล้วตอนนั้นก็ไม่ได้ทำวิปัสสนา แต่เป็นโอกาสที่จะทำวิปัสสนาตรงที่ว่า… เผลอ! เห็นเผลอ.. เผลอ! เห็นเผลอ..เผลอดับ! เผลอดับ..เผลอก็แสดงไตรลักษณ์ให้ดู ก็ขึ้นวิปัสสนา พอเผลอดับไปแล้ว..งานอื่นไม่มี ก็ต้องมาสวดมนต์ มันมีงานคือการสวดมนต์ที่ต้องทำอยู่ จริง ๆ การสวดมนต์ เป็นตัวอธิบายได้ง่าย ๆ เลยว่า..เราจะภาวนายังไง? ก็คือ..มีหลักอะไรสักอย่างหนึ่ง(ให้จิตอยู่) แล้วก็พอจิตเผลอไป ให้รู้ทัน แล้วก็เริ่ม(ไปสวดต่อ) ก็คือไม่ต้องดึงจิตกลับมา สวดมนต์ถึงตรงไหน..ก็มาสวดตรงนั้นต่อ พร้อมนะ! สวดไปแล้วก็ดูจิตไปนะ! (ฝึกซ้อมสวดอิติโสฯ ๙ จบ ตามพระอาจารย์ ในนาที ๑.๔๒.๒๐-๑.๔๘.๕๔) ใครไม่เผลอเลย..มีมั้ย? มันมีเผลออยู่ ๒ แบบนะ คือ เผลอเพลิน กับเผลอเพ่ง ธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล 👼👼👼 เรียบเรียงจากธรรมบรรยาย เรื่อง “ภาวนาโดยการสวดมนต์” คอรส์กองบุญสร้างอาริยะ ๙ มกราคม ๒๕๖๓ พระอาจารย์สอนเทคนิคสวดอิติปิโสฯ ดูจิต ที่ลิงค์ https://youtu.be/zzOFJi7rjPE (นาทีที่ 1.29.10-1.49.05)

อ่านต่อ

#ปฏิทินธรรม กุมภาพันธ์#ปฏิทินธรรม #กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ กำหนดการแสดงพระธรรมเทศนา พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล​ (สวนธรรมประสานสุข อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี) 😇รายการสด #ธรรมะสว่างใจ ณ สถานี​โทรทัศน์​ SBBTV วัดสังฆทาน ต.บางไผ่ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 😇พุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ 😇พุธที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ 😇พุธที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ 😇พุธที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลาออกอากาศ ๑๖.๐๐ – ๑๘.๐๐ น. ปรึกษาธรรมะในรายการ : โทร 02 – 496 1163 ฝากคำถามในรายการ : โทร 02 – 496 1164 (แผนที่ วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี https://maps.google.com/maps?q=13.823627%2C100.493177″>https://maps.google.com/maps?q=13.823627%2C100.493177) 😇วันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๔.๐๐ น. บรรยายธรรม ใน คอร์สปฏิบัติธรรม #คอร์ส๒๖๗ ติดต่อ​ คุณฝุ้น​ 081-400-8980 😇อาทิตย์ที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๑.๐๐ น. บรรยายธรรม ณ ศาลาไตรสิกขา #บ้านจิตสบาย พุทธมณฑลสาย ๒ ซ.สุขาภิบาลบางระมาด กรุงเทพฯ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 – 448 3392 (แผนที่ บ้านจิตสบาย https://goo.gl/maps/8p9PGTgvwE42″>https://goo.gl/maps/8p9PGTgvwE42) 😇วันอาทิตย์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. บรรยายธรรม ณ มหาวิทยาลัยเทคโนฯราชมงคลกรุงเทพฯ งานอบรมภาวนา ครั้งที่ ๔๑ จัดโดย #ชมรมกัลยาณธรรม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-7027353 หรือ 086-8414778 หรือ แอด line official จากลิ้งค์ https://lin.ee/8RtYwab”>https://lin.ee/8RtYwab (แผนที่ ม.เทคโนฯราชมงคลกรุงเทพฯ https://maps.app.goo.gl/G69Z9aTT8Ftt3TB46″>https://maps.app.goo.gl/G69Z9aTT8Ftt3TB46 ) 😇วันอาทิตย์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๑๔.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. บรรยายธรรม ณ ห้องสัมมนา #ฐณิชาฌ์รีสอร์ท อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 034 – 751942 , 062 – 324 2915 (แผนที่ ฐณิชาฌ์ เฮลท์ตี้ รีสอร์ท https://goo.gl/maps/mjx4kqh7nZP2″>https://goo.gl/maps/mjx4kqh7nZP2 ) 😇วันเสาร์ที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ – อาทิตย์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๓ บรรยายธรรม ณ #ทิพยะวิลล่า อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่​ คุณ​แดง​ 081-829-4121 (แผนที่ ทิพยะวิลล่า เชียงใหม่ https://maps.app.goo.gl/DM5t8XsPV4NhuNJa8″>https://maps.app.goo.gl/DM5t8XsPV4NhuNJa8) ติดตามตารางกิจนิมนต์พระอาจารย์ ได้ที่ เมนูหน้าปฏิทินธรรม www.nimmalo.com หรือ https://nimmalo.com/calendar/”>https://nimmalo.com/calendar/

อ่านต่อ

#นิมฺมโลตอบโจทย์ ๒๒๐ #ไม่เข้าใจอนัตตลัษณะ 🤔🤔 #ถาม​ : ใน​เมื่อ​ทุก​สภาวะ​มัน​เป็น​อนัตตา​ แล้ว​เรา​จะ​ทำ​อย่างไร? กำหนดอย่างไร? #ตอบ​ : ความหมาย​ของ​ “อนัตตา” นัย​หนึ่ง​ มี​ความหมาย​ว่า​ “ไม่​เป็นไป​ใน​อำนาจ​” ก็​คือ​ ไม่มี​ใคร​มี​อำนาจ​บังคับ ทำ​ได้​เพียง​ ศึกษา​ให้​รู้​เหตุ​ปัจจัย​ แล้ว​ทำ​ให้​ถูก​ตาม​เหตุ​ปัจจัย​นั้น ดัง​ที่พระ​พุทธเจ้า​ตรัส​ไว้​ว่า “บุคคล​ย่อม​ไม่​ได้​ตาม​ปรารถนา​ใน​รูป​ว่า​ รูป​ของ​เรา​จง​เป็น​อย่างนี้​ รูป​ของ​เรา​อย่า​ได้​เป็น​อย่างนี้” (และ​ใน​ขันธ์​อื่น​ๆ​ ก็​เช่น​เดียว​กัน​) อธิบาย​ขยาย​ออก​มา​เป็น​ข้อ​ให้​ชัด​ขึ้น​ได้​ดังนี้ ๑.​ สิ่ง​ทั้งหลาย​ทั้งปวง​ไม่มี​ตัวตน​ รูปธรรม​นามธรรม​ทั้งหลาย​เกิด​ดับ​ ไม่​ยืนยง​คงที่​ ๒.​ สภาวะ​ต่าง​ๆ​ ที่​ปรากฏ​ ก็​เกิด​จาก​องค์​ประกอบ​มากมาย​มา​ประชุม​กัน ๓.​ บรรดา​องค์ประกอบ​เหล่านั้น​ก็​เกิด​ดับ​ตลอด​เวลา ๔.​ การ​เกิด​ดับ​ของ​องค์​ประกอบ​เหล่านั้น​ก็​สัมพันธ์กัน​ ใน​ลักษณะ​ที่​เป็น​ปัจจัย​แก่​กัน ๕.​ การ​ที่​เป็น​ปัจจัย​กัน​และ​กัน​ เนื่อง​กัน​ กลายเป็น​กระบวน​ธรรม​ และ​มี​กระบวน​ธรรม​ย่อย​ๆ​ หลาย​กระบวน ๖.​ กระบวน​ธรรม​ย่อย​ๆ​ ทั้งหลาย​ ก็​มี​ความ​สัมพันธ์​เป็น​ปัจจัย​ต่อ​กัน​อีก ที่​คน​ทั่วไป​ทุกข์​กัน​ทุกวัน​นี้​ จะ​พูด​ว่า​เป็นเพราะ​ “ไม่​เข้าใจ​อนัตตลักษณะ” ก็ได้ คือ​ ๑.​ เข้าใจ​ว่า​ “มี​เรา” ๒.​ ไม่​รู้​ว่า​ สิ่ง​เหล่านี้​เป็น​เพียง​สภาวะ ๓.​ ไม่​เคย​เห็น​สภาวะ​เกิด​ดับ ๔.​ ไม่รู้​ว่า​ สภาวะ​ต่าง​ๆ​ สัมพันธ์​เป็น​เหตุ​ปัจจัย​ต่อ​กัน ๕.​ ไม่รู้​กระบวน​ธรรม​แห่ง​เหตุ​ปัจจัย​ต่าง​ๆ​ ๖.​ จึง​อาศัย​แต่​อยาก​ให้​เป็น​อย่าง​นั้น​ อยาก​ไม่​ให้​เป็น​อย่างนี้​ แล้ว​ก็​จะ​ได้​ผล​ แต่​ไม่​ทำ​เหตุ​ที่​จะ​ให้​เกิด​ผล​นั้น การ​เรียนรู้​เรื่อง​ “อนัตตา” จึง​ไม่ใช่​ว่า​จะ​ไม่​ทำ​อะไร แต่​ทำ​ตาม​เหตุ​ปัจจัย​ เพื่อ​ให้​ได้​ผล​ตาม​จุด​มุ่งหมาย ต้องการ​พ้น​ทุกข์​ คือ​นิพพาน​ ก็​ต้อง​ทำ​เหตุ​ คือ​ มรรค​ มรรค​จะ​เกิด​ ก็​ต้อง​ทำ​เหตุ​ คือ​ ทำ​องค์​ทั้ง​ ๘​ ของ​มรรค​ให้​สมบูรณ์ รู้​กาย​รู้​ใจ​ ก็​เป็น​เหตุ​ให้​เกิด​สติ รู้​จน​จำ​สภาวะ​ได้​แม่น​ ก็​เป็น​เหตุ​ให้​เกิด​สัมมา​สติ รู้​สภาวะ​บ่อย​ ๆ​ กุศล​เกิด​บ่อย​ ก็​ได้​ความ​เพียร​ที่​ถูกต้อง​ มี​สัมมา​วา​ยา​มะ รู้​ทัน​กิเลส​ กิเลส​ดับ​ เหตุ​ที่​จะ​ผิด​ศีล​ก็​ดับ​ ก็​มี​สัมมา​วาจา, สัมมา​กัมมันตะ​ และ สัมมา​อาชีวะ​ คิด​ไม่​ดี​ก็​รู้​ ก็​เป็น​เหตุ​ให้​เกิด​สัมมา​สังกัปปะ รู้​ทัน​จิต​เคลื่อน​ ก็​เกิดจิต​ตั้งมั่น​ มี​สัมมา​สมาธิ​ มี​สมาธิที่ถูกต้อง​ คือ​จิต​ตั้งมั่น​ เห็น​ไตรลักษณ์​ของ​รูป​นาม​ ก็​เป็น​เหตุ​ให้​เกิด​ปัญญา​ ม​ีสัมมา​ทิฏ​ฐิ​ มี​แต่​เรื่อง​ทำ​เหตุ​ทั้งนั้น​เลย​ ทำ​เหตุ​ปัจจัย​ทั้งหลายพอ​แก่​การ​ให้​ผลแล้ว​ ผล​ก็​เกิด​ขี้นมา​เอง เพราะ​ว่า​มัน​เป็น​ “อนัตตา” พระอาจารย์ฤฤช นิมฺมโล ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

อ่านต่อ

#นิมฺมโลตอบโจทย์ ๒๒๐ #ทำไมหมาชอบมาหอนตอนเวลาทำวัตรสวดมนต์ 🤔🤔 #ถาม​ : เวลาเปิดเสียงสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น​ทางทีวี ตอนกลางคืน แล้วเปิดดังมาก หมามาหอนที่บ้านประจำเลยค่ะ แล้วหมาที่อื่นก็จะมาหอนที่บ้านโยมตลอดเลยค่ะ อยากถามว่าทำไมเป็นอย่างนั้นคะ? #ตอบ​ : ไม่เป็นไรหรอก เปิดไป​! มันคงอยากจะร่วมสวดมนต์ด้วยน่ะ! บางที​นะ คนเราเป็นนักปฏิบัติเนี่ยนะ แต่ปฏิบัติยังไม่ถึงที่​ ปฏิบัติแล้ว​ก็มีโมหะ มีความฟุ้งซ่าน ทำแล้วก็บางทีก็มีอกุศลอะไรบางอย่างเกิดขึ้น ไม่รู้ตัว​นะ พอตายไปเนี่ยนะ​ กุศลมันไม่พอ​ มันไปเสวยอกุศลก่อน​ ไปเสวยวิบากในแง่​ที่ไม่ดีก่อน​ บางทีก็กลายเป็นสุนัข​ สุนัขบางตัวเนี่ยนะ​ พอเกิดเป็นสุนัขแล้ว​เนี่ย ใจยังเป็นคนอยู่​ คนพูดอะไรเนี่ยนะ​ ฟังรู้เรื่องหมดเลย​ แต่​จะพูดสื่อกับคนให้รู้เรื่องนี่​..พูดไม่ออก​ จะส่งเสียง อยากจะพูดอะไรกับคนเนี่ยนะ​..มันได้แต่เสียงเห่า​ บางทีมีเสียงอย่างนี้​ ได้ยินเสียงสวดมนต์นะ​ ก็อยากจะสวดมนต์กับเขา​ด้วยนั่นแหละ​ บางทีมันอยากจะสวดด้วย​ ให้นึกว่าเนี่ย​ มันก็เคยเป็นคนมาก่อน​ แต่ว่ามันเป็นคนที่ทำบุญยังไม่ถึงพร้อม​ เราได้ยินเสียงหมาหอนทีไร​นะ ให้เตือนตัวเองเลยว่า​.. “เราเป็นนักปฏิบัตินี่นะ​! จะไม่พลาดให้เป็นอย่างนี้อีกแล้ว​” คือเวลามีอะไรเกิดขึ้นกับใจ​ มีกิเลสเกิดขึ้นกับใจ​ เราจะรู้ทัน​ จะไม่ปล่อยเพลินหลง​คิดยาว ๆ ไอ้หลงคิดยาว ๆ เนี่ยนะ​ เขาเรียกว่า​ ตกอยู่ในโมหะ สัตว์เดรัจฉานเนี่ย เป็นกลุ่มของสัตว์โลกประเภทที่มีโมหะมาก​ จะแบ่งกลุ่มของสัตว์โลกอย่างนี้นะ​ ว่ากิเลสตัวไหนเด่น​? เช่น​ โทสะเด่น..พวกโทสะมาก ๆ​ นี้นะ​ ส่วนใหญ่แล้วจะไปเกิดเป็น​สัตว์นรก​ พวกมีความโลภมาก ๆ​ อยากได้นู่น​อยากได้นี่​อยู่เรื่อย ๆ นี่นะ แล้วก็ไปทำผิดศีล ส่วนใหญ่ก็จะกลายเป็น​เปรต​ พวกที่ถือตัวมาก ๆ มีความหวาดระแวง แล้วก็เจ้าความคิดเจ้าความเห็น​นี่นะ​ แล้วเป็นพวกหวาดระแวงด้วย พวกนี้จะไปเป็​น​อสูรกาย​ พวกที่มีโมหะมาก ๆ หลงเพลิน ลองดูสิ! เวลาสุนัขมันนอน มันนอนไม่มีสติหรอก​ เพลิน ๆ​ แมวอยู่บ้าน..เคยเลี้ยงแมวไหม​? แมวก็นั่งกระดิกหางไปเรื่อย ๆ มันไม่รู้สึกตัวหรอก​ มันเรียกว่า​ สะสมโมหะ พวกกลุ่มโมหะนี่..ก็จะกลายเป็น​ สัตว์เดรัจฉาน​ จะเห็นว่า​ สัตว์เดรัจฉานเนี่ยก​ลุ่มใหญ่​ มี​เพื่อนเยอะ แต่เราอย่าไปเป็นเพื่อนเขาเลย เรา​ก็พัฒนาจิตใจตัวเอง​ ให้ดูว่าสัตว์พวกนี้นะ..น่าสงสาร​ บางที​ก็เป็นคนที่ใฝ่ดีมาก่อน​ แต่ใฝ่ดีแบบหมดกำลัง​ กำลังของเขาน้อย ใฝ่ดีอยู่แป๊บเดียว ดีไม่นาน​ สติไม่มากพอ​ ไม่พอที่จะเห็นกิเลส​ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะพวกสัตว์เดรัจฉานที่เราเห็น​นี่นะ ส่วนใหญ่จะ​เป็นพวกโมหะมาก​ พอโมหะมาก​ ตายไปพร้อมกับโมหะ​ ก็จะไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน​ พอเป็นสัตว์เดรัจฉาน​แล้ว รู้สึกถึงตัวเองแล้วเนี่ย.. “อ้าว! เราเคยยืนสองขา ต้องมายืนสี่ขา​ ต้องมาอยู่กับพวกที่เป็นสัตว์เดรัจฉาน​ เป็นตัวขวาง ๆ ด้วยกัน​ เวลาจะส่งเสียงคุยกับใคร​ ก็เคยพูดได้​ ก็พูดไม่ได้แล้ว​”..เขาจะตกใจเลยนะ! ทีนี้เวลาได้ยินเสียง​ธรรมะ หรือเสียงสวดมนต์เนี่​ย มัน​จะเป็นการเตือนสติเลยว่า​.. “โห! เสียงสวดมนต์แล้ว” บางทีเขาจะหอน​รับดีใจ​ มันมีแง่นี้อยู่นะ​! อย่าไปกลัวว่า​.. “เอ๊ะ​! ผีมาหรือเปล่า​?” มีสุนัขบางตัวนี่นะ​ ครูบาอาจารย์เคยเล่าให้ฟัง​ว่า​มันรู้สึกตัว​ เหมือนเป็นคนที่ฝึกสติมา​ แต่พลาดยังไงก็ไม่รู้​? กลายไปเป็นสุนัข​ ตอนมันอยู่นี่นะ​ มันจะพยายามทำบุญ​ เวลาคนให้อาหาร​ ถ้ามีแมวมา​..มันจะ​ยังไม่กิน จะให้แมวกินก่อน​ ถ้ามีนกมา​..มันยังไม่กิน​ ให้นกกินก่อน​.. รู้จักให้ทาน​ ไม่ส่งเสียงเห่าพร่ำเพรื่อ รู้จักรักษาวาจาของมัน​ ไม่ส่งเสียงกวนใครพร่ำเพรื่อ​ จะเห่าเหมือนกัน​ เพราะสุนัขก็ต้องเห่าใช่ไหม​? เวลามีคนมาหน้าบ้าน​ ดูท่าทีแล้ว ดูไม่ดี​..ก็เห่า​ ​เพื่อให้เจ้าของได้รู้ว่ามีคนมา ประมาณนี้นะ ทำหน้าที่อย่างนี้ แต่ว่าไม่ใช่เห่าน่ารำคาญ​ เป็นสุนัขที่มีมารยาทดี แสนรู้ เลี้ยงง่าย​ รู้จักให้ทาน​ เวลามีอะไรให้สัตว์อื่น​ สัตว์อื่นที่ดูอ่อนแอกว่าก็เอื้อเฟื้อ​ ตอนตายเนี่ย ตายด้วยความรู้สึกตัว​ #ถาม​ : สุนัขบ้านโยมมันใจร้ายค่ะ #ตอบ​ : ก็เป็นพวกที่มีโมหะด้วย แล้วก็ใจร้ายด้วย #ถาม : มันฆ่าแมวค่ะ..บอกมันว่าทำไมใจร้ายจัง #ตอบ : ให้อภัยมัน มันประเภทว่า สติยังไม่ค่อยดี ก็สั่งสอนมันไปนะ ค่อย ๆ สอนมันไป​ จริง ๆ แล้วคือ ที่อยากจะบอกก็คือว่า​ ให้ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ในรอบตัว​เนี่ย ให้มันเตือนตัวเอง​ ไม่ใช่ได้ยินเสียงหมาหอน แล้วก็สงสัยว่า​.. “เอ๊ะ! มันเกิดอะไรขึ้น​ จะมีใครมา​? หรือมันปวดหูหรือเปล่า​?” แล้วก็ไป​ปิดเสียงสวดมนต์ซะ​ อย่างนี้นะ​ ในกรณีนี้ ให้มันเตือนตัวเองว่า.. สัตว์จริง ๆ แล้วเนี่ย​ มันก็คือ​เคยเป็น​คน​ เทวดาทั้งหลาย​ก็เคยเป็น​คน​ เปรตทั้งหลาย​ก็เคยเป็น​คน​ สัตว์นรกทั้งหลาย​ก็เคยเป็น​คน​ แต่ว่า​คนที่ทำกรรมต่างกัน​ ทำกรรมอะไรไว้​ มันก็รับวิบากแบบนั้น​ ทำกุศลกรรม​ ก็ได้รับวิบากที่เป็นกุศล ทำกุศลกรรม​ ถ้าตายด้วยกุศล.. ก็จะไปเป็น​เทวดา​ ถ้าทำอกุศลไว้มาก​ ตายไปแล้ว ก็เสวยวิบากที่เป็นอกุศล​ ก็กลายเป็น​ สัตว์เดรัจฉาน​, เป็นเปรต​, เป็นอสุรกาย​, เป็นสัตว์นรกอย่างนี้เป็นต้น​ เรียกว่า อยู่ในทุคติ เหล่านี้ล้วนเคยเกิดเป็นคน​ แล้ว​เราก็ตอนนี้ขณะนี้เป็นคนอยู่​ เวลาเขามีปฏิกิริยาอะไรเกี่ยวกับโลกนี้​ ก็​เตือนตัวเอง ​:- เราจะไม่โกรธ​..ถ้าโกรธก็จะรู้เร็วๆ ไม่สร้างเหตุที่จะเป็น​สัตว์นรก​ เราจะไม่​โลภ​.. ถ้าโกรธก็จะรู้เร็วๆ ไม่สร้างเหตุที่จะกลายเป็น​เปรต​ เราจะไม่​หลง​.. ถ้าหลงก็จะรู้เร็วๆ ไม่สร้างเหตุที่จะกลายเป็น​สัตว์เดรัจฉาน ถ้ากิเลสมันเกิดขึ้นแล้ว ให้รู้ทัน​ไว ๆ​ เพราะเราเป็นปุถุชน​ ย่อมมีความโลภ​, มีความโกรธ,​ มีความหลง​อยู่เป็นปกติ​นะ ถ้ารู้ทันไว ๆ ความโลภ,​ ความโกรธ,​ ความหลงทั้งหลายก็จะ​ไม่มีอิทธิพลมาครอบงำใจเรา​ ฉะนั้น แม้จะมีกิเลสอยู่เป็นปุถุชน​ธรรมดาที่มีกิเลส​นะ อาศัย​กิเลสนั้นพัฒนาจิตใจตัวเอง อย่าให้กิเลส​ครอบงำ แล้วทำให้ไปสร้างกรรม​ แล้วเราจะกลายเป็น​ผู้เสวยวิบากแห่งกรรมที่เป็นอกุศล​เหล่านั้น ดูตัวอย่างสุนัขแมวที่เราอยู่ใกล้ชิดนี่แหละ​ ให้เตือนตัวเองอยู่เรื่อย ๆ ว่า​ สัตว์ในภพอื่นก็มี เห็น ๆ กับตานี่คือ พวกสัตว์​เดรัจฉานนั่นเอง​ แล้วเราจะฉลาดมากขึ้น​ แล้วก็จะ​มีฉันทะที่จะประพฤติปฏิบัติธรรม​ เพื่อป้องกันตนเอง​ เรียกว่า สร้างฉันทะเพื่อมีหิริและโอตตัปปะด้วย​ เห็นเขาเป็นทุกข์ ก็ไม่อยากจะเป็นทุกข์อย่างนั้น​​ มีหิริ​ คือมีความละอายใจต่อการทำบาป มีโอตตัปปะ คือมีความเกรงกลัวต่อการรับผลของบาป​ ใช้สิ่งที่ปรากฏอยู่รอบตัวเป็นประโยชน์​ เพื่อเตือนตน และพัฒนาตนนะ พระอาจารย์กฤช​ นิมฺมโล เรียบเรียงจากการตอบปัญหาธรรม ในรายการ​ “ธรรมะสว่างใจ” วันที่​ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ลิงค์วีดีโอ https://youtu.be/FKI7va98dI0 (นาทีที่ 1:43:05​ – 1:52:14)

อ่านต่อ

#คลิปแสดงธรรม #โรคระบาดในสมัยพุทธกาล โดย..พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล 😷😷😷 ไวรัส(โคโรนา)ที่ร่างกายมนุษย์ยังไม่รู้จัก เมื่อยังไม่รู้จัก..ก็ยังไม่มีแอนตี้บอดี้ ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน เนื่องจากมันเป็นสายพันธุ์ใหม่ พูดในแง่นี้ก็คือ..จะโยงมาถึงการปฏิบัติธรรม กิเลสตัวที่เราไม่รู้จัก มันจะครอบงำใจ แต่ถ้าเคยเห็นแล้ว เหมือนมีภูมิคุ้มกัน ไม่ใช่ว่ากิเลสตัวนั้นจะไม่เกิดอีก หรือว่ามันจะหายไปเลย แต่จะรู้ทันเร็วขึ้น! กิจนิมนต์ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ รับฟังพระอาจารย์เล่านิทานโรคระบาดในสมัยพุทธกาล ที่ลิงค์ไฟล์เสียง https://bit.ly/2uq6CRo (นาทีที่ ๒๙.๐๖…)

อ่านต่อ

#คลิปแสดงธรรม เรื่อง #เคลิ้ม-#เครียด โดย..พระอาจารยกฤช นิมฺมโล 👼👼👼 เคลิ้ม ๆ เครียด ๆ คนทำเคลิ้ม ๆ ก็เข้าใจว่าสงบแล้ว คนทำเครียด ๆ ก็เข้าใจว่าเครียด ๆ ถึงจะสงบ ตัวที่พลาดกันมากคือ “ตัวเครียด” เป็นตัวที่พลาดแล้วแก้ยาก! แล้ว เคลิ้ม ๆ เครียด ๆ จะแก้กันยังไงดีล่ะ! รับชมและฟังธรรมบรรยาย 63-01-12 เคลิ้ม-เครียด ได้ที่ลิงค์ https://youtu.be/5dlv5GyRcLI #คอรส์กองบุญสร้างอาริยะ ๙ มกราคม ๒๕๖๓ 630112 เคลิ้ม-เครียด ธรรมบรรยาย โดย พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล ในคอร์สกองบุญสร้างอริยะyoutu.be630112 เคลิ้ม-เครียด ธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล สอนให้ มีสติ รู้กายรู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วย จิตที่ตั….

อ่านต่อ

#คลิปแสดงธรรม เรื่อง #แค่รู้ โดย..พระอาจารยกฤช นิมฺมโล 👼👼👼 ครูบาอาจารย์แต่ละท่าน ผ่านการภาวนามาไม่เหมือนกัน ใช้กรรมฐานต่างกัน แต่สอนเรื่องเดียวกันคือ “มีสติรู้จิต” แต่ละท่านจะใช้ภาษาบอกยังไง..ให้เราเข้าใจ? เราเข้าใจคำไหน..ก็เอาคำนั้นแหละ! แค่รู้..รู้ที่ปลอดภัย แล้วเห็นผลชัดที่สุด คือรู้อะไร? ฟังคำตอบนี้ได้ที่คลิปลิงค์วีดีโอ 63-01-11 แค่รู้ https://youtu.be/jbhixCmMaZU #คอรส์กองบุญสร้างอาริยะ ๙ มกราคม ๒๕๖๓ 630111-แค่รู้ ธรรมบรรยาย โดย พระอาจารย์กฤช นิมฺมโลyoutu.be630111-แค่รู้ ธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล สอนให้ มีสติ รู้กายรู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วย จิตที่ตั้งมั่น…..

อ่านต่อ

#นิมฺมโลตอบโจทย์ ๒๒๑ #การเจริญสติกับโรคซึมเศร้า 🤔🤔 #ถาม: การเจริญสติอยู่เป็นประจำ​ จะป้องกันโรคซึมเศร้าได้ใช่ไหม? และ​ คนที่เป็นโรคซึมเศร้าไปแล้ว..ถ้ามาฝึกการเจริญสติจะหายไหมครับ? #ตอบ: อันนี้​ขอ​อ้างงานวิจัยของฝรั่งสักหน่อย​ บางทีเดี๋ยวนี้คนเราชอบอ้างอิงฝรั่ง​ งานวิจัยของฝรั่งบอกว่า ๑.การเจริญสติ ป้องกันและรักษาโรคซึมเศร้าได้ ๒.การเจริญสมาธิเป็นกิจวัตร ป้องกันและรักษาโรคซึมเศร้าได้ ๓.คนเป็นโรคซึมเศร้าแล้วฆ่าตัวตาย เป็นเพราะร่างกายขาดสารเซโรโทนิน ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันร่างกาย และสารเซโรโทนินนี้สามารถสร้างกลับคืนมาได้จากการสวดมนต์ หรือฟังคนอื่นสวดมนต์ด้วยจิตสงบเป็นสมาธิ ตั้งแต่ ๑๕ นาทีขึ้นไป เขาแยกเป็น ๒ ข้อนะ​ สติกับสมาธิเป็นคนละเรื่องกันนะ เจริญสติ..ก็สามารถช่วยได้​ เจริญสมาธิ..ก็สามารถช่วย​ได้ วิธีที่ ๓ น่าสนใจมาก.. คือสวดมนต์​ สวดมนต์อย่างน้อย ๑๕ นาที​ จะทำให้ร่างกายผลิตสารเซโรโทนิน ซึ่งคนที่คิดฆ่าตัวตายก็เพราะว่าขาดสารตัวนี้​ ถ้าสวดมนต์ต่อเนื่อง​ ส่งเสียงออกมาต่อเนื่อง​ อย่างต่ำวันละ ๑๕ นาที ร่างกายจะผลิตสารตัวนี้ขึ้นมา..ทำให้คนนั้นมีความสุข​ แล้วก็ไม่คิดที่จะฆ่าตัวตาย​ ฉะนั้น แนวทางที่เรากำลังทำกันอยู่นี่แหละ​ เจริญสติ​ เจริญสมาธิ​ และสวดมนต์​ เป็นหนทางที่จะทำให้เรามีความสุข​ มีสุขในการสร้างบุญ​ สร้างบารมี​ ได้เจริญภาวนา​ เห็นคุณค่าของชีวิต ไม่คิดฆ่าตัวตาย​ และไม่ซึมเศร้าด้วย​ เพราะเจริญสติเนี่ยนะ​.. สติเป็นเครื่องรักษาจิตใช่ไหม? เรามีกิเลสขึ้นมา..รู้ทันกิเลส ก็เรียกว่ามีสติรักษาจิต ตัวซึมเศร้านี่..เป็นกิเลสตัวหนึ่งนะ พระพุทธเจ้าให้ดู..ราคะ​ โทสะ​ โมหะ​ ฟุ้งซ่าน​ หดหู่ ไอ้หดหู่เนี่ย​ ก็คือ​ เป็นกลุ่มของความซึมเศร้า​ ความซึมเศร้า.. ขณะที่ซึมเศร้า..เป็นอกุศล รู้ว่าซึมเศร้า..ได้สติ​ เป็นกุศล ตอนรู้..ก็ไม่ซึมเศร้า​ มันเป็นเพียงแค่กิเลสตัวหนึ่ง..เอาไว้ให้สติรู้​ เท่านั้นเอง แต่เนี่ย​ คนที่ไม่รู้วิธีปฏิบัติ ก็ยอมให้ความซึมเศร้านั้นครอบงำใจ​ เอาแต่คิดเรื่องเดิม​ ๆ​ ที่เคยซึมเศร้า​ มันก็ยิ่งซึมหนักเข้าไป​อีก เพราะมันไม่มีสติเข้ามารู้สึกตัวเลย​ ที่นี้ลองใหม่​ หาที่อยู่ให้ใจเอาไว้สักที่นึง​ พอจิต​เริ่ม​ซึมเศร้า..รู้ทัน​ ตอนเริ่มซึมเศร้า..มันคิด​นะ คิดน้อยใจตัวเอง​ คิดว่า “ชีวิตนี้ไม่มีค่า​ เขาทิ้งฉันไปแล้ว​ ฉันไม่มีค่า”​ อะไรประมาณนี้นะ​ คนซึมเศร้า​ก็จะเห็นชีวิตเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง​ เพราะคนนั้นทำให้ฉันผิดหวัง​ คนนี้ทำให้ฉันผิดหวัง​ อย่างนี้นะ​ ไปคิดถึงเรื่องที่ทำให้ผิดหวัง..ก็​ซึมเศร้า​ จริง​ ๆ​ แล้ว​ แค่มีสติเห็นว่าเผลอคิด..ใช้ได้เลย! ถ้าเผลอคิด..ไม่เห็น​ เห็นว่า​ จิตมันซึมเศร้า​..ก็ยังได้ อะไรก็ตามที่มันเกิดขึ้นกับใจ​ ทั้งดีและไม่ดี..เป็นเหตุให้เกิดสติได้เสมอ​ ขอเพียง..รู้ เวลา​ “รู้​“ เนี่ยนะ​ มีมีข้อสังเกตนิดหนึ่งว่า.. อย่าคิดว่า “จะ​รู้​มัน..แล้วให้มันดับเร็ว​ ๆ​“ ด้วย​ ไอ้ตัวอยากดับเร็ว​ ๆ​ เนี่ย..จะทำให้ซึมเศร้าหนักขึ้นก็ได้นะ คือ​ ฉัน​รู้​กิเลสแล้ว..ทำไมมันไม่ดับ​? จริง​ ๆ​ มันมีตัวโทสะซ้อนขึ้นมา​ เช่น​ มีความซึมเศร้าเกิดขึ้น​ คิดในเรื่องที่ทำให้เกิดความซึมเศร้านะ รู้ทันความซึมเศร้าแล้ว..ไม่ชอบความซึมเศร้า​เมื่อกี้นี้​ กลายเป็นว่า​ รู้ทันความซึมเศร้าแล้ว..ไม่ชอบความซึมเศร้า​ที่เห็นเมื่อกี้ มันมีโทสะขึ้นมาใหม่อีกตัวนึง และรู้สึกว่า.. “ฉันทำสติ​ หรือว่าฉันเจริญกรรมฐานไม่สำเร็จ” จริง​ ๆ​ แล้วคือพลาดไป ลืมรู้ลงปัจจุบันว่า​ ขณะนี้​จริง​ ๆ​ แล้ว..​คือ​ มันไม่ชอบใจ​ ไอ้สิ่งที่ถูกรู้เมื่อกี้นี้​ ก็รู้ลงไปอีกทีในขณะปัจจุบันด้วย​ ว่าตอนนี้ใจมันไม่ชอบ คือมันไม่ใช่ว่า..จิตมีดวงเดียวนะ จิตมันเกิด-ดับ​ เกิด-ดับนะ ไอ้จิตที่รู้เมื่อกี้..ก็ดับไปแล้วนะ​ เกิดเป็นจิตที่มีความไม่พอใจ ไอ้จิตที่รู้เมื่อกี้นี้…ก็เป็นอีกขณะหนึ่ง​ ขณะปัจจุบันนี้​มันไม่พอใจ ก็ให้รู้ลงในปัจจุบันนี้ไปด้วยเลยนะ! นี่เป็นเรื่องของการเจริญสตินะ ถ้ามีเวลาว่าง​ ๆ​ ก็ลองทำสมถะดูบ้าง​ ถ้ามันไม่คุ้นเคย​ ก็ลองทำสมถะในแง่ที่ว่า​ ไม่ต้องสงบนานก็ได้​ สงบแป๊บนึงนะ! พอจิตมีกำลังแล้ว​ก็มาเจริญสติ เช่น สงบแป๊บเดียวก็เผลอ.. ก็ให้รู้ทันความเผลอที่เกิดขึ้น เรียกว่า​ ทำสมถะ..เพื่อรู้จิตอีกที ทำสมถะไว้สักอย่างหนึ่ง​ ดูลมหายใจก็ได้.. เห็นกายเคลื่อนไหวก็ได้.. แล้วพอมันเผลอจากจุดนี้..ให้รู้ทัน​ความเผลอ​ที่เกิดขึ้น เห็นทันความเผลอ..ได้สติด้วย ทั้งสติและสมาธิ​ พอได้ฝึกร่วมกันเนี่ยนะ..มันเป็นเหตุให้ความซึมเศร้าลดน้อยลงไป แล้วถ้าจะให้ดี​ กรรมฐานอีกตัวนึง​อย่างที่ฝรั่งเขารู้นี่..ก็คือ​ สวดมนต์ ลองหาเวลา ในวันหนึ่งเนี่ย​ จัดแจงเวลาสักหน่อย​ สัก ๑๕ นาทีเท่านั้นเอง ไม่มากหรอก​ แต่ขอให้เป็นบทสวดที่เราสวดได้ง่าย​ ถ้าไม่เคยสวดเลย​ ไม่รู้จะเอาบทไหนง่าย​ ๆ​ เนี่ยนะ​ เอาบทที่คนไทยคุ้นเคย​ สวดกันได้บ่อย​ ๆ​ ก็คือ​ “อิติปิ โสฯ” บท อิติปิ โสฯ เนี่ย​ เป็นพุทธพจน์​ ซึ่งแสดงคุณของพระพุทธเจ้า “อิติปิ โส​ ภะคะวา​ อะระหัง​ สัมมาสัมพุทโธ​ วิชชาจะระณะสัมปันโน​ สุคะโต​ โลกะวิทู​ อะนุตตะโร​ ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา​ เทวะมะนุสสานัง​ พุทโธ​ ภะคะวาติ” สวดซ้ำ​ ๆ​ แต่ถ้าซ้ำมากแล้วเบื่อ..ก็เอาซ้ำเป็นชุด​ ๆ​ ไม่ต้องมาก​ เอาซ้ำซัก ๙ รอบ​ ก็พอ ก่อนจะสวด อิติปิ โสฯ​ ก็สวดนะโม ๓ จบ​ ก่อน ” นะโม​ ตัสสะ​ ภะคะวะโต​ อะระหะโต​ สัมมาสัมพุทธัสสะ” ..๓ จบ ตามด้วย อิติปิ โสฯ อีก ๙​ จบ​ ถ้าสวดบทอื่นได้อีก​ เช่น​ ​”สวากขาโต​ฯ” ​ “สุปะฏิปันโน​ฯ” ก็สวดให้ครบเป็นพระรัตนตรัยเลยก็ได้​ เป็นการสวดบูชาพระรัตนตรัย​ แต่ถ้าสวด​ “สวากขาโต​ฯ” หรือว่า​ “สุปะฏิปันโนฯ” ไม่ได้ ก็ อิติปิ โสฯ นี่ก็ได้​ เอาบทเดียว​ซ้ำ ๙ ครั้ง แรก ๆ​ ถ้าไม่เคยสวด​ ก็ดูหนังสือไปก่อน​ เรียกว่า​ ดูหนังสือ​สวดไป สวด ๙ จบ​ ในวันเดียวก็น่าจะสวดได้แล้วล่ะ​ จำได้แล้ว​ พรุ่งนี้มาสวดอีก​ อาจจะลืมบ้าง..ก็ดูหนังสือต่อ​ ให้จำคล่องขึ้นใจ สวด ๙ จบ​ ไม่กี่วันหรอก​ ขึ้นใจแล้ว​ ตอนขึ้นใจเนี่ยนะ..มันเริ่มได้ผล เพราะสวดโดยไม่ต้องดูหนังสือ..มันจะได้ผล​มากกว่าสวดดูหนังสือ ตอนสวดแบบดูหนังสือเนี่ย..จิตมันจะส่งออกไปหาหนังสือแล้ว​ มันจะไม่เห็นว่า​จิตส่งออก​ แต่ถ้าสวดได้แล้วนะ..เอาจิตมาระลึกถึงบทสวด​ สวดไป​ ถ้าเผลอจากบทสวดนี้..จะรู้ทัน​ก็ได้ว่า มันเผลอไป.. เห็นจิตเคลื่อนได้ด้ว​ย ดังนั้นถ้าเราสวดโดยที่จำบทสวดนั้นขึ้นใจนะ..ใช้บทสวด​นั้น​ สวดให้ซ้ำ​ ๆ ๑๕ นาที .. ลองดูจับเวลาดู บางที ๙ จบ​ อาจจะไม่ได้​ ๑๕​ นาที..ก็อาจจะ ๑๕ จบก็ได้ ไม่ยากนะ! ลองทำดู​ แล้วจะเห็นผล ยิ่งคนที่ซึม​ ๆ​ เศร้า​ ๆ​ เหงา​ ๆ​ หงอย​ ๆ​ เนี่ยนะ..เรามาทำสิ่งนี้ดู​ แล้วรู้สึกว่า.. “อ้าว! จริง​ ๆ​ แล้วฉันก็ทำได้นี่นา​ ฉันก็ภาวนาได้นี่นา” ตอนสวดมนต์นี่นะ​ บางทีลืมไปแล้วว่าโรคซึมเศร้าเป็นอย่างไร? เพราะใจอยู่กับคุณของพระรัตนตรัย​ อยู่กับการสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า​ ยิ่งถ้าเข้าใจคำแปลของบทสวดนั้นด้วยนะ จะยิ่งลึกซึ้ง​ แล้วก็​มีความแช่มชื่นใจในการสวดมนต์นั้นด้วย สวดไปด้วยความศรัทธา..ความเศร้าสร้อยนี่นะ​ ดับไปเลยในระหว่างสวดนั้น​ สวดเสร็จแล้ว​ ถ้าคิดถึงเรื่องที่ทำให้ซึมเศร้าขึ้นมา..มันจะมีสติรู้ทันได้ง่ายขึ้น เพราะมีขณะ​จิตดี ๆ ที่เรามีความสุข..จากการสวดมนต์แล้ว​ จิตปรุงแต่งดี ๆ มีสมาธิ..จากการสวดมนต์แล้ว​ หรือมีสติ​รู้ทันกาย​ รู้ทันใจ..ใน​ขณะที่เราสวดมนต์แล้ว พอจิตเปลี่ยนแปลง จิตทำงานในแง่ร้าย​ ๆ​ ขึ้นมา..ก็จะมีสติรู้ทันได้ง่ายขึ้น พระอาจารย์กฤช​ นิมฺมโล เรียบเรียงจากการตอบปัญหาธรรม ในรายการ​ “ธรรมะสว่างใจ” วันที่​ 18 ธันวาคม ๒๕๖๒ ลิงค์วีดีโอ https://youtu.be/9aFxtIfV5PQ (นาทีที่​ 1:21:14​ -​ 1:30:55)

อ่านต่อ

#คลิปแสดงธรรม #นิสิตพบพระ (มศว.) โดย..พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล ✍️✍️✍️ บรรยากาศราวกับห้องเลคเชอร์ เมื่อทุกคนกล่าว สวัสดีค่ะ/ครับพระอาจารย์ วิชาที่พระอาจารย์ต้องมาสอนนิสิตสาขาการตลาด อันเป็นวิชาชีพเทา ๆ ที่ต้องปรุงความโลภเพื่อการขาย ท่านจะสอนยังไงล่ะ? วิชาชีพนั้นจะให้ไม่มืดไม่มัว ….?? คลิปนี้พระอาจารย์ยังต้องตอบคำถามข้อสงสัยของเด็ก ๆ เปลี่ยนบรรยากาศรับฟังพระอาจารย์พบนิสิต มศว. ที่ลิงค์ไฟล์เสียง https://bit.ly/3bezdtC ณ มศว.ประสานมิตร วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๓

อ่านต่อ

#คลิปแสดงธรรม เรื่อง #ชวนดูหมูกระดาษ โดย..พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล 🐖🐖🐖 คนดีปลอม ๆ เป็นไง? มันก็มีราคะ โทสะ โมหะ แต่พยายามปกปิดความเลวนั้นไว้ แล้วก็ทาสีด้วย..เหมือนหมูกระดาษ คนที่กำลังสร้างภาพปลอมแปลง จะมีภาระอย่างหนึ่ง..มันหนักนะ! 🐖🐖🐖 คลิปนี้ พระอาจารย์เล่าเรื่อง.. การสร้างภาพหมูกระดาษของ ดช.กฤช จะเป็นไง?..เรามาคลิกรับฟังที่ลิงค์ https://bit.ly/39dSXvH ณ สุรัตนธรรมสถาน ๑๙ มกราคม ๒๕๖๓

อ่านต่อ

#คลิปแสดงธรรม #สอนน้องหัดปฏิบัติธรรม โดย..พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล 🕊️🕊️ ที่ว่า “สงบจิต” ถ้าเข้าใจเพียงแค่ว่า.. ‘ไม่เป็นไรหรอก ทำความสงบให้เกิดได้พอแล้ว’ เอาความสงบเป็นเป้าหมายถือว่า..พลาด! เพราะว่าความสงบ ถ้าทำได้ถูกต้อง ก็ได้แค่กลางทาง ก็คือได้แค่ “จิตสิกขา” เท่านั้นเอง ยังไม่ถึงปลายทางคือ “ปัญญาสิกขา” พระอาจารย์สอนน้องหัดปฏิบัติธรรม ด้วยการจูงน้องให้มาเข้าใจจุดเป้าหมายของการปฏิบัติ รับฟังที่ลิงค์ https://bit.ly/2v40cYu บรรยายธรรมกลุ่ม ๒๖๗ นกน้อยสงบจิต ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

อ่านต่อ

วันอาทิตย์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๓ วันพระ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๔ 😊😊😊 พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ #ยิ้มแบบพระพุทธรูป กระบวนธรรมที่จะให้เกิดสมาธิที่ถูกต้อง เริ่มต้นด้วยปราโมทย์ มี ปราโมทย์ มี ปีติ มี ปัสสัทธิ มี สุข แล้วก็เกิด สมาธิ อันนี้คือ กระบวนธรรมที่จะได้สมาธิที่ถูกต้อง ดังนั้น .. ถ้าเราทำกรรมฐาน..ทำสมาธิแล้วเครียด..ผิด! ทำ ๆ แล้วเกร็งไปหมดเลย..ผิด! ทำ ๆ แล้วคิ้วย่นเลยนะ..ผิด! นึกออกไหม? ทำ ๆ แล้วก็หงุดหงิด..ผิด! ทำ ๆ แล้วเคลิ้ม..ผิด! เพราะต้องมีสติด้วย สมาธิที่ดีต้องมีสติด้วย เคลิ้ม..ไม่ใช่ เครียด..ไม่ใช่ ค.ควาย 2 ตัวเนี่ย ไม่ใช่! ซึม..ไม่ใช่ ฟุ้งซ่าน..ก็ไม่ใช่ ซ.โซ่ 2 ตัวนี้ ก็ไม่ใช่! ที่ไม่ใช่.. มี ซ. กับ ค. นะ ซึม กับ (ฟุ้ง)ซ่าน เนี่ย ไม่ใช่ เคลิ้ม กับ เครียด เนี่ย ไม่ใช่ …ต้องมีสติ กระบวนธรรมของการที่จะได้สมาธิที่ถูกต้อง ต้องมีสติ และเป็นสติแบบมีปราโมทย์ ปราโมทย์ คือ ความชื่นบานเบิกบานใจ แต่ไม่ถึงกับกระดี๊กระด๊า ต้องให้พอดีๆนะ ไอ้กระดี๊กระด๊าน่ะ..เกินไป หัวเราะเฮฮาแบบวงเม้าท์ ไม่ใช่นะ อันนี้เกินปราโมทย์นะ ปราโมทย์ คือ มีความร่าเริง แจ่มใส เบิกบาน ตัวอย่างที่ดีคือ “พระพุทธรูป” พระพุทธรูปจะยิ้มแบบมีปราโมทย์ มีปีติ มีความอิ่มใจ บรรยายธรรมโดย พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจากการบรรยายธรรม ณ บ้านจิตสบาย ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ลิงค์คลิปวีดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=jkv78SVYofw (นาทีที่ 55.53–57.50)

อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ วันพระ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ 👼👼👼 พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ ๒๔๓ #กุศลมาตักเตือน ถ้าเราทำผิดอะไรกับใคร เราก็อยากให้เขาให้อภัยกับเรา เช่นเดียวกัน ถ้าใครทำผิดกับเรา เราควรจะให้อภัยเขา ถ้าไม่ให้อภัยมันจะเป็นการผูกโกรธ ผูกโกรธเนี่ยยังเบา ถ้าถัดจากผูกโกรธไปก็เป็นอาฆาต, พยาบาท แล้วก็ จองเวร ถ้าจองเวรไม่เลิกเนี่ย ภาษาไทยเรียกว่า “เจ้ากรรมนายเวร” เราคงไม่อยากเป็นเจ้ากรรมนายเวรใครนะ ดูน่าอนาถใจ ถ้าเราต้องไปเป็นเจ้ากรรมนายเวร….. ถ้านึกถึงตรงนี้ได้ เราต้องมีคำว่า ขอบคุณ, ขอโทษ และ ให้อภัย ด้วย แล้วทุกครั้งที่ทำบุญ ทำกุศลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ขอให้บุญกุศลเหล่านั้น ได้มาตักเตือน ในคราวที่หัวเลี้ยวหัวต่อ บางคนมีเหตุการณ์พลิกผัน ที่จะตัดสินใจว่าจะไปซ้าย หรือไปขวา.. ถ้าไม่มีบุญกุศลมาตักเตือน มันจะไปตามยถากรรม ธรรมบรรยาย โดย พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจากธรรมบรรยาย “630115 ดูให้เห็นไม่ใช่ดูให้หาย” ลิงค์แสดงธรรม https://bit.ly/38MJU51 (นาทีที่ 1.18.04-1.2039) เรียบเรียงโดย อารยา สุวะมาตย์

อ่านต่อ

วันอาทิตย์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ วันพระ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๓ 🌷🌷🌷 พระกฤช #ฝากคิด #ฝากคำ ๒๔๒ #กามาวจร กาม คือ ความสุขที่ได้จากการดู การฟัง การดม การลิ้มรส และการสัมผัสทางกาย ความสุขแบบนี้เป็นปกติของคนทั่ว ๆ ไป เพราะเราอยู่ในกามาวจร..จรไปจรมาในกาม เป็นธรรมดา..เทวดาก็เหมือนกัน อย่าว่าแต่เรา! หมา แมว ตุ๊กแก ก็เหมือนกัน! ต้องการความสุขจากการได้ดู ได้ฟัง ได้ดม ได้กิน ได้สัมผัส ความสุขแบบนี้เมื่อได้รับการสนองก็มีสุข แต่จริง ๆ แล้ว..มันก็ไม่ได้รับสนองทุกครั้งไป อยากได้..แล้วไม่ได้ ก็มี อยากได้แล้วไม่ได้ กับ อยากได้แล้วได้ อย่างไหนมากกว่ากัน? แม้ของที่ได้มาแล้ว..ก็ยังหวั่น ๆ ว่าจะสูญเสียไปเมื่อไหร่? ความสุขในกามนั้นยังไม่ปลอดภัย รวมทั้งถ้าเพียงแค่จะให้มีความสุขเท่าเดิม กามนั้นก็ต้องมากขึ้นเรื่อย ๆ มากทั้งด้านปริมาณ และความเข้มข้นด้วย พร้อมกันนั้น ก็ต้องแย่งกันด้วย เพราะของมีจำกัด สิ่งของมีจำกัด ตำแหน่งมีจำกัด ต้องสอบเข้า ต้องแย่งกัน แข่งฟุตบอลกันยี่สิบทีม..แย่งถ้วยหนึ่งใบ ต้องมีทีมที่สมหวังอยู่ทีมเดียว ทีมที่ผิดหวังอีกสิบกว่าทีม มันต้องแย่ง .. คนแย่งได้ก็มีความสุข คนแย่งไม่ได้..ก็เก็บมาคิดว่า “ฝากไว้ก่อน ปีหน้าข้าจะมาเอาให้ได้” มีการจองเวรกัน มีการพยาบาทกัน เพราะแย่งไม่ได้ จะเห็นว่า กามสุขมันมีอยู่จริง แต่ก็มีข้อเสียมีโทษด้วย! พระพุทธเจ้าไม่ได้ปฏิเสธกามว่าไม่ให้สุข.. ..ให้สุขได้จริง แต่ว่ามีข้อเสียมากมาย แล้วจึงต้องหาทางออกจากกาม ทางออกก็คือ ต้องพัฒนาให้ใจมันมีความสุขในระดับที่สูงขึ้นไป (ให้ถึง ฌานสุข และ นิพพานสุข) ธรรมบรรยาย โดย พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล เรียบเรียงจากธรรมบรรยายเรื่อง “ศักยภาพแห่งความสุข” ลิงค์แสดงธรรม https://bit.ly/2OSbG8

อ่านต่อ